พื้นที่โฆษณาส่วนหัว

พื้นที่โฆษณาส่วนหัว
ติดต่อโฆษณา โทร.086 6688 327
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ nikiri แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ nikiri แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2558

มากกว่าคำว่า Umai ที่ "Maiuu"


สวัสดีครับ วันนี้ผมจะพามารู้จักและทานอาหารญี่ปุ่น
แนวซูชิบาร์ระดับพรีเมี่ยมน้องใหม่แต่เก๋าประสบการณ์
กับร้าน "Maiuu" (มายยู)

ก่อนอื่นมารู้จักประวัติร้านโดยสังเขปกันสักนิด
ร้าน Maiuu ตั้งอยู่ที่ซอยราชครู พหลโยธิน ซอย 5
จากปากซอยเข้ามาประมาณ 50 เมตรครับ
จะเป็นเวิ้งทางซ้ายมือ หรือถ้าใครรู้จักคุ้นเคย
กับร้านไดจัง ปิ้งย่างชั้นยอดแล้วล่ะก็
ร้าน Maiuu ก็มาอยู่ในตำแหน่งที่ตั้งนั้นแทนที่เองครับ

ร้าน Maiuu มีเวลาเปิด-ปิดบริการดังนี้
วันอังคาร-วันเสาร์ เปิด 11:00-14:00 
และ 17:-22:00 last order 21:30
(พักเบรคช่วง 14:00-17:00)
วันอาทิตย์ เปิด 11:00-21:00 last order 20:30
(ไม่มีพักเบรค)
วันจันทร์ ร้านปิด

เมนูแนะนำ นิกิริ แบบดั้งเดิม วัตถุดิบสดใหม่
ส่งตรงจาก Hokkaido สัปดาห์ละ 5 ครั้ง
ใครอยากทานปลาสด ๆ ไปได้แทบทุกวันครับ
ปลาจะไม่เข้าแค่วันอาทิตย์และวันพุธ 2 วันนี้เท่านั้นเอง

เมนูโปรโมชั่นสลับผลัดเปลี่ยนไปทุกเดือน

เรามาดูร้านจริง ๆ กันเลยดีกว่าครับ
หน้าร้านอลังการ(ขนาดยังไม่เสร็จดี)
เพราะตอนนี้เพิ่งเริ่มเปิดทำ Soft Opening
ป้ายร้านด้านบนยังไม่ได้ทำการตกแต่งให้เรียบร้อย
ซึ่งได้ข่าวคราวจากพี่โอ๊ต เจ้าของร้าน
ว่าจะทำการเปิดร้าน Grand Opening อย่างเป็นทางการ
ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2558 ที่จะถึงนี้


ก้าวเข้าร้านมาประจันหน้าเจอกับบาร์เครื่องดื่มเต็ม ๆ
สมกับที่เป็นร้านซูชิบาร์เลย


แก้วไวน์เรียงกันสวยงาม


อดไม่ได้ที่จะเก็บภาพไปเรื่อย ๆ


พี่โอ๊ต เจ้าของร้าน กับลีลาการจัดเตรียมเครื่องดื่ม
ดูแลด้วยตัวเองอย่างเต็มที่ เทคแคร์ทุกโต๊ะดีจริง ๆ ครับ


และแล้วผมก็เจอเนื้อคู่สำหรับเครื่องดื่มค่ำคืนนี้


นอกเหนือจากเบียร์สด เบียร์ขวดจากญี่ปุ่นแล้ว
ก็ยังมีสาเก โชจู เหล้าบ๊วย ฯ ไว้รอให้เลือกดื่มครับ



เดินดูบรรยากาศกันเล็กน้อย
พี่โอ๊ต แว๊บไปเทคแคร์ลูกค้าโต๊ะใหญ่แล้วครับ


ผ่านโซนด้านหน้าไปแล้ว
ไปถึงโซนด้านหลังที่ผมได้ทำการจองโต๊ะกันบ้าง
ขวามือจะเจอกับบาร์ซูชิ ที่มีเชฟอคิระ สุดยอดเชฟ
ยืนประจำการ พร้อมกับผู้ช่วยเชฟอยู่ครับ
ตรงบาร์ที่ประจันหน้ากับเชฟอคิระ จะได้นั่งได้ 5 ที่
น่าจะเหมาะสำหรับทานแบบ Omakase แล้วได้สนทนา
กับเชฟอคิระระหว่างรับประทานครับ


อุปกรณ์ประจำที่นั่ง


มองมาอีกทางจะเป็นรูปแบบโต๊ะประมาณที่ผมจองไว้ครับ


ลักษณะนี้เลย เป็นโซฟา 1 ฝั่งกับเก้าอี้ 1 ฝั่ง


จบจากบรรยากาศรอบ ๆ แล้ว ก็มานั่งออเดอร์ไป
ซึ่งวันนี้ไม่ได้ออเดอร์ไปเยอะแยะมากมาย
เพราะตั้งใจมาละเลียดความสด ความอร่อย และความสุข
ที่ได้จากมื้อนี้มากกว่าทานเยอะ ๆ ครับ
ทานน้อย ๆ ก็อิ่มนะถ้าค่อย ๆ ทาน 555

ภาพเมนูผมไม่ได้ถ่ายมานะครับ
เพราะแต่ละเมนู น่าจะไปอ่านและคุยกับทางร้าน
ทางเชฟอคิระ หรือพี่โอ๊ต เจ้าของร้าน
ว่ามีส่วนประกอบอะไรบ้างในแต่ละเมนู
โดยเฉพาะพวกโรลต่าง ๆ เพราะเชฟอคิระได้สร้างสรรค์
ได้อย่างน่าสนใจและดูลงตัวจริง ๆ ครับ

อุ่นเครื่องเบา ๆ กับเครื่องดื่มประจำตัวคืนนี้
เบียร์สดเย็นฉ่ำ ยี่ห้อประจำ 555


ระหว่างรออาหาร ทางร้านจะมีซุปใส
รสชาติสุดยอดมากระตุ้นต่อมความหิว
เพื่อรอการรับรสของอาหารด้วยครับ
มาพร้อมกับผ้าเย็นให้เช็ดมือเพื่อความสะอาดด้วย


แล้วอาหารที่ออเดอร์ไปก็มาครับ
เริ่มต้นบรรเลงกันที่ "Maguro Trio"
3 ส่วนหลักของปลามากุโร่ญี่ปุ่น(hon maguro)
ประกอบด้วย โอโทโร่ เนื้อปลาส่วนท้อง 1 คำ
ชูโทโร่ เนื้อปลาส่วนระหว่างท้องกับเนื้อแดง 1 คำ
และ อากามิ เนื้อปลาส่วนเนื้อแดง 1 คำ


อีกมุมครับกับ 3 สหายไลน์เดียวกัน


อากามิ เนื้อแดงแน่นนุ่มได้สัมผัสปลาเต็ม ๆ



ชูโทโร่ เนื้อแดงติดมัน หรือมันติดเนื้อแดงดีแล้วแต่จะเรียก
ชิ้นนี้เป็นส่วนที่ชอบที่สุดครับ ไม่มันมากกำลังนุ่มนวล
ได้เนื้อได้น้ำมันเอร็ดอร่อยกับโอเมเก้ทรี



ส่วนชิ้นนี้เป็น โอโทโร่ เนื้อท้องมันลายราวกับเนื้อวัว
เป็นชิ้นส่วนที่มันที่สุด เหมาะกับคนชอบของมันมาก ๆ
แต่ก่อนผมก็ชอบแต่เคยทานเยอะไปหน่อย 
ตื่นมาเจ็บคอเลย 555 
เลยหันมาชอบชูโทโร่แล้วครับตอนนี้
ใครที่ชอบไม่ควรพลาด จะได้รู้สึกถึงความหอมหวล
ละลาย และที่สำคัญเชฟไม่ทิ้งเอ็นไว้ให้รำคาญ
การเคี้ยวเลยแม้แต่น้อยครับ สุดยอด !!!


ดูกันหลาย ๆ มุม มุมไหนหล่อจัดไป



จากนั้นสลับด้วยของร้อนที่มาเสริฟหน่อยครับ
กับ "Inaiwa Udon" เส้นอุด้งแบบเล็กนุ่มละมุน
ใส่เนื้อไก่ส่วนสะโพกและต้นหอมญี่ปุ่นสไลด์
ในน้ำซุปสุดกลมกล่อม แป๊ปเดียวมีเกลี้ยงชาม




ต่อกันที่โรลครับ
เลือกสั่ง "Salmon Lava Roll"
ที่รังสรรค์เมนูโดยเชฟอคิระ


เป็นโรลไส้ปูอัด ไข่หวาน ผัก และซอสสูตรพิเศษ
ห่อรวมไว้ด้วยสาหร่างและข้าว
วางชิ้นปลาแซลมอนเบิร์นผิวหน้าปิดมิดข้าวซูชิ
แล้วก็ท็อปไว้ด้วย อิคุระ(ไข่ปลาแซลมอน)แบบแช่โชยุด้านบน
และโรยอิคุระไว้ด้านข้างอีกเพียบเลย



เมนูนี้ เคี้ยวพร้อมกันฟินไปสามโลก 555


ต่อกันด้วยเมนูปราบเซียนของหลาย ๆ ร้าน
ถ้าไม่ได้ปลาสด ปลาดีและการปรุงที่ดี
เมนูบ้าน ๆ ราคาไม่แพงเมนูนี้
ทำตกม้าตายมาหลายร้านแล้วครับ
กับ "Saba Shio" ปลาซาบะย่างเกลือ


เชฟทำการย่างมาได้พอดี ไม่แห้งไม่แฉะเกินไป
โรยเกลือได้เหมาะสม แกล้มกับไช้เท้าฝนแล้วเข้ากัน
บีบมะนาวหรือไม่บีบก็ได้แล้วแต่ความชอบเลยครับ


กินของย่างแล้วกินของปิ้งกันต่อครับ
สั่งรวม ๆ ไฮไลท์ที่ได้รับคำแนะนำจากพี่โอ๊ต เจ้าของร้าน
ให้ช่วยเลือกที่เจ๋ง ๆ ให้สัก 4-5 อย่าง


เลยได้มาประกอบไปด้วย
(จากซ้ายไปขวา)
Jyo Gyu Tan ลิ้นส่วนดีที่สุด 1 ไม้
Maiuu(seseri) เนื้อคอไก่ไร้กระดูก 2 ไม้
Honetsuki Karubi เนื้อวัวติดซี่โครง 1 ไม้
Butabara หมูสามชั้น 1 ไม้
Gyu Tan  ลิ้นวัวธรรมดา 1 ไม้
(เอามาลองเทียบกับส่วนดีที่สุด)


โคลสอัพลิ้นส่วนที่ดีที่สุด ชิ้นใหญ่มาก หนาด้วย


เทียบกับลิ้นธรรมดาครับ


ลองเลยละกัน
หมูสามชั้น โอยย คำแรกก็เด็ด
หนังหนึบ ๆ มัน ๆ เนื้อนุ่ม
เกลือโดนมะนาวตัดแล้วยิ่งโดดเด่น


ลิ้นธรรมดา ก็หนึบสู้ฟันดี ไม่เหนียวนะ


เนื้อติดซี่โครงก็แจ่ม


เซเซริ คอไก่ไร้กระดูกยิ่งเยี่ยมยอด


แต่ไม้นี้สุดยอดที่สุดตามคำแนะนำ
ถ้าใครชอบลิ้นวัวสั่งตัวท็อปนี้ไม่ผิดหวังครับ
ทั้งหนา นุ่ม หนึบ ไม่สาก อร่อยสุด ๆ


เนื้อวัวกับเบียร์ก็ของคู่กันล่ะนะ 555


ต่อกันด้วยความติดใจของรสชาติ Salmon Lava Roll
แต่ดันไปแหวกแนวเมนูเชฟอีก ซึ่งเชฟก็ยินดีทำให้
ด้วยการไม่เบิร์นหน้าปลาแซลมอนครับ


คือดี คืองาม คือปลาสด คือปลากรอบ
คือปลาหวาน ใครชอบแซลมอนจะไม่ผิดหวังเลย
ไม่ว่าจะเบิร์นหรือไม่เบิร์นผิวหน้าปลาแซลมอนก็ตาม


เก็บความประทับใจมาหลาย ๆ ช็อตเลย



ยังไม่หนำ ขอซ้ำกับ 3 สหาย Maguro Trio อีกรอบ
เพราะมีโปรโมชั่นตัวนี้อยู่ จากราคา 800 บาท 
เหลือเพียง 500 บาทเท่านั้น อย่าพลาดกันเลยนะ
เหลือเวลาถึงสิ้นเดือนมกราคม 2558 นี้เท่านั้น
เดือนหน้าจะเปลี่ยนโปรแล้วนะครับ


ประทับใจ กดถ่ายภาพรัว ๆ อร่อยรัว ๆ ด้วยเช่นกัน
โอโทโร่ ลายมันอย่างกับเนื้อหนอกวัว 5555


ชูโทโร่ โอยรีวิวไปหิวไปครับตอนนี้


อากามิก็ชุ่มฉ่ำ กรี๊ดดดดดดดดดด 555


ดูรีวิวนี้แล้วอย่าว่าผมเลยนะครับ
อ่านไปอ่านมา มันจะบ้ารึเปล่า
คือตอนนี้ที่พรั่งพรูออกมาคือความรู้สึกล้วน ๆ
ไม่มีวิชาการแล้วครับ สติไปอยู่กับปลาดิบหมดแล้ว

หลาย ๆ คนอาจอยากจะเห็นภาพข้าว
ผมเลยพลิกขึ้นมาให้ดู ว่าข้าวคำเล็กคร้าบ
สาว ๆ ไม่ต้องกลัวอ้วน แต่ไม่ได้เล็กจิ๋วนะครับ
เล็กแบบพอดีกับชิ้นปลาใหญ่ ๆ ให้ได้ไม่เสียรสชาติ
กันและกัน เชฟจัดให้เข้ากันอย่างดีที่สุดครับ


ยัง ๆ ยังไม่หมดครับ
ต่ออีกนิดกับ "Uni" ไข่หอยเม่นสด ๆ
สีสวยมาก แม้จะไม่ได้กระเปาะมาแบบใหญ่ ๆ
แต่ไซส์นี้ สีนี้ รสชาติแบบนี้ ตายครับ
ตาย ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ กินแล้วอร่อยตายเลยครับ



นึกถึงแล้วน้ำตาปริ่ม ๆ ด้วยความอร่อยเลย


เอ้าครับ ยกแก้วให้เชฟอคิระเลยผม


แล้วก็มาต่อปิดท้ายกันที่ของทอดครับ(เบรคอารมณ์กระทันหัน)
เนื่องจากพี่โอ๊ต มีร้าน Kansai Izakaya ที่รัชดาซอย 4
อยู่อีกร้านนึง ซึ่งเน้นของทอด ปิ้ง ย่าง ฉบับไม้
และได้นำเมนูบางส่วนมาลงไว้ให้คอชอบดื่มได้มีของทอดอร่อย
เลือกทานแกล้มกันด้วยครับ
ผมเลยจัดมา 4 ไม้เบา ๆ แบบที่เป็นที่ยอดนิยมครับ
(จากซ้ายไปขวา)
Cheese-Moji-Sweet Poatao-Sausage
ชีส-โมจิ-มันหวานญี่ปุ่น-ไส้กรอก




หลังจากจัดของทอดเสร็จแล้ว ได้ยินแว่ว ๆ จากพี่โอ๊ต
ว่าปลาฮามาจิเพิ่งลงจากเครื่องมาได้ตะกี้นี้เอง
เลยต้องขอจัดการปลาสดอีกสัก 2 คำ
เลยต้องรบกวนเชฟอคิระอีกรอบครับ
พร้อมกับถ่ายภาพและวีดีโอตอนแล่ปลา
มาให้ดู พร้อมประวัติเชฟอคิระเล็กน้อยครับ

เชฟลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น “เชฟอคิระ เขมาวุฒานนท์” 
ผู้สั่งสมประสบการณ์การทำอาหารสไตล์
ญี่ปุ่นแบบสมัยใหม่ (Modern Japanese Fusion) 
มามากกว่า 27 ปี มีความรู้ทางด้านอาหารนานาชาติ 
ไม่ว่าจะเป็น ฝรั่งเศส, อิตาเลียน และ จีน เคยทำงานในโรงแรม 5 ดาว 
มาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็น โรงแรม ดุสิตธานี กรุงเทพ,
โรงแรม ฮิลตัน สุขุมวิท และโรงแรม แกรนด์ แปซิฟิก กรุงเทพ เป็นต้น






เรียบร้อยโรงเรียนเชฟอคิระและร้าน Maiuu
ได้ออกมาเป็น 2 คำนี้ครับ
ปลาฮามาจิสด ๆ เนื้อใสกิ๊ง ๆ ปิ๊ง ๆ เลย


ไม่ผิดหวังจริง ๆ ครับ ต้องจัดจริง ๆ
กัดแล้วสัมผัสแรกของเนื้อปลากรอบสู้ฟัน
ตามด้วยความนุ่มและชุ่มฉ่ำของมันปลา
ผสานกับข้าวซูชิที่พิถีพิถันอย่างดีในการปรุงและปั้น
จนต้องอุทานเป็นภาษาบ้านเกิด(ของใครฟระ)
ว่า "อุไมๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ(ใส่เอ๊คโค่เอานะ)"


อยากจะงับอีกหลาย ๆ คำ 
แต่ก็ต้องเผื่อท้องไว้ของหวานบ้างละครับ


ของหวานสั่งไป 2 อย่างครับเป็นตัวที่แนะนำ
อย่างแรก Blondie Matcha Ice Volcano
(Blondie คือ บราวนี่สีขาวเพราะใช้ไวท์ช็อคทำครับ)


จุดเด่นไฮไลท์คือกระทะร้อน ที่เมื่อพอซอสคาราเมล
หอม ๆ ราดลงผ่านไอศกรีมชาเขียวและบลอนด์ดี้
สู่กระทะร้อน จะให้เกิดไอระอุพร้อมควันหอม ๆ
ขึ้นมาให้ได้ทั้งเสพทั้งกลิ่น รูป รส ภาพ เสียง เลยครับ
ถ่ายวีดีโอมาฝาก มาดูกันเลยครับผม



กินพร้อมกัน ร้อน ๆ เย็น ๆ อร่อยมาก ๆ


อย่างต่อมาเป็น Milk Ice cream ครับ
มาพร้อมกับโมจินุ่ม ๆ ด้านบนวางด้วย
ถั่วแดงหวาน


อีก 1 เมนูสดชื่นปิดท้ายมื้อ
ได้รสนมเต็ม ๆ มาพร้อมความหวานของถั่วแดง
และนุ่มหนึบของโมจิ


เป็นอันจบรีวิวซูชิบาร์ที่มากกว่าความอร่อย
อย่างที่ต้องลองไปเปิดประสบการณ์จริง ๆ
แนะนำเลยครับ ว่ามีโอกาสต้องไปลอง
คราวหน้าอยากจะลอง Omakase ครับ
แต่ตอนนี้ต้องขอไปพิมพ์และตากธนบัตรก่อนครับ
SaYoNaRa + Banzai + Umai !!!