พื้นที่โฆษณาส่วนหัว

พื้นที่โฆษณาส่วนหัว
ติดต่อโฆษณา โทร.086 6688 327

วันจันทร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2560

Brainwake Organics Thonglor มาสมองแล่น สุขภาพดีไปด้วยกันเถอะ


รีวิวนี้ได้มีโอกาสมาลิ้มชิมรสชาติ
อาหารสไตล์ออแกร์นิคที่มีเจ้าของเป็นถึง
อดีตรัฐมนตรี ที่หันมาเอาดีทางร้านอาหาร
และไปได้ด้วยดีซะด้วยครับ
กับ คุณปุ้ม สุรนันทน์ เวชชาชีวะ
กับร้าน Brainwake Organics Thonglor​
ที่เพิ่งเปิดตัวเร็ว ๆ นี้เอง
หลังจากที่ประสบความสำเร็จ
กับร้าน Brainwake Café​ สุขุมวิท 33

ตั้งอยู่ชั้น G ในตึก DM Home Tower 
ระหว่างซอยทองหล่อ 19 และ 21
บรรยากาศร้านตกแต่งในสไตล์โรงงานเบเกอรี่
โรงอาหารแบบลอฟท์ ให้ความสบาย ๆ
ในการนั่งกิน ดื่ม กับอาหารออแกร์นิค
สไตล์นานาชาติที่แฝงกลิ่นไอและอารมณ์
แบบญี่ปุ่นเข้าไปอีกด้วย เพราะทั้งสูตร
และเชฟก็อิมพอร์ตมาจากญี่ปุ่นกันเลย
โดยที่จะเน้นการใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติให้มากที่สุด
ไม่ว่าจะเป็น ชุดอาหารเช้า American Breakfast Set,
Japanese Breakfast Set, Lunch Set หลากหลาย,
ขนมปังอบ, ขนมเค้ก
รวมถึงเครื่องดื่ม ไม่ว่าจะเป็นกาแฟสด
และเครื่องดื่มสุขภาพที่ทำจากผัก ผลไม้
ชนิดต่าง ๆ นานาอีกมากมาย
ที่จะช่วยทำให้สุขภาพดี และสมองแล่น ตื่นตัว
รวมถึงช่วยพักผ่อนสมองไปในตัวด้วยเช่นกัน
โดยให้เปิดให้บริการตั้งแต่เช้าเวลา 06.30 น.
และปิดบริการเวลา 21.30 น. เรียกได้ว่า
จะเช้าจะกลางวันจะเย็น ก็มาอร่อยเพื่อสุขภาพได้เลย
และพิเศษ หลัง 5 โมงเย็น เบเกอรี่ลด 50%
พุ่งไปตุนลงพุงกันได้เลย (แต่ของอาจะไม่ครบนะ)

มาดูกันครับว่ามีอะไรน่ากินน่าดื่ม มาแนะนำกัน
แต่ก่อนอื่นมาดูบรรยากาศร้านกันก่อนสักนิดครับ

การตกแต่งของร้านเป็นสไตล์ food hall
ผสมผสาน bakery factory
พร้อมโชว์เฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัวสไตล์ loft
ให้ความโปร่งสบาย ในการนั่งกินดื่มดีเลย
มี open kitchen ให้ได้เห็นทั้งโซน cooking
และ bakery (มีห้องกระจก) ด้วย

แนะนำเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพกันก่อนเลย
4 สาวสวยประจำร้าน ราคาแก้วละ 220 บาท
กินหมดแก้วมีอิ่มกันบ้างล่ะครับ

Beauty Berry Milk
สมูธตี้ ที่รวมเบอร์รี่หลากหลายชนิด
ผสมกับนมสดได้อย่างลงตัว
หอม ๆ มัน ๆ เปรี้ยวนิด ๆ ไม่หวานมาก
เป็นที่ชื่นชอบของหนุ่มสาว ๆ สายใสได้เลย

Healthy Kale Cacao
สมูธตี้ที่ใช้ผักเคล(ตระกูลคะน้า)
ทีเป็น 1 ในผักยอดนิยมในการทำน้ำผักปั่น
ให้คุณค่าสูงมาก ๆ แล้วยังใส่แก่นเมล็ดโกโก้
ที่เรียกว่า คาเคา ที่ถือได้ว่าเป็นซุปเปอร์ฟู๊ด
ลงไปอีกด้วย เรียกได้ว่าแก้วนี้สุด ๆ
ด้วยคุณประโยชน์ แม้รสชาติจะดื่มยากไปนิด
เพราะติดขม อมเขียว ก็ตาม
หนุ่มสาวสายสุขภาพจัดเต็มได้เลย

Power Zucchini Pitaya Yogurt
สมูธตี้ ที่เป็นส่วนผสมของแตงกวาญี่ปุ่น
ผลแก้วมังกร และโยเกิร์ต ไว้ด้วยกัน
ให้ความสดชื่นแบบสงบ
ได้รสชาติและสัมผัสแบบเย็น ๆ สายเซนกันเลย
ความเข้มข้น ลงตัวได้รสชาติกลาง ๆ แบบเข้มข้น
หนุ่มสาวสายอ่อนโยน ดูท่าจะเหมาะกับแก้วนี้

Diet Almond Mango
สมูธตี้แก้วนี้ ผมเห็นแล้วเกือบจะไม่ลอง
เพราะมีเสาวรสโปรยปูพรมไว้บนผิวหน้า
(ผมไม่ชอบกินเสาวรส T__T)
แต่พอลองแล้วก็รู้สึกได้ว่า
อร่อยกว่าที่คิด รสมะม่วงมาเต็ม
เสาวรสถ้าไม่คนลงไปก็ไม่เป็นไรเลย
เข้ากันกับนมอัลมอนด์มาก ๆ
อร่อย สดชื่น ลื่นคอ ดี หอม หวานนิด ๆ
คิดว่าน่าจะเหมาะกับสายเบิร์น สายลดน้ำหนัก
เพราะหลังจากออกกำลังกายมา ถ้าจัดตัวนี้ล่ะก็
รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน

มาดูที่อาหารกันบ้าง ทางร้านจะมีเมนู set
ให้ได้เลือกจับเข้า set มาให้เลือก
โดย Set A ราคา 250 บาท
สามารถเลือกเมนูประจำวัน(ไซซ์เล็ก)
ได้ 3 เมนู จากทั้งหมด 11 เมนู
พร้อมซุป 1 ถ้วย (มี 2 แบบ)
และข้าวกล้องหรือขนมปังฝรั่งเศส

Set B ราคา 275 บาท
สามารถเลือกได้ระหว่าง
สปาเก็ตตี้นโปลิตัน กับ ยากิโซบะ
พร้อมเมนูประจำวัน(ไซซ์เล็ก) 1 เมนู
และซุป(มี 2 แบบให้เลือก)กับขนมปังฝรั่งเศส

Set C ราคา 325 บาท
สามารถเลือกได้ระหว่าง ข้าวพร้อมแกงกะหรี่เนื้อ
หรือแฮมเบอเกอร์เนื้อ
พร้อมเมนูประจำวัน(ไซซ์เล็ก) 1 เมนู
และซุป(มี 2 แบบให้เลือก)อีก 1 ถ้วย

ซุป มี 2 ชนิดให้เลือก ที่มีในทุก set
- ทงจิรุ : ซุปผักใส่เนื้อวากิวสไตล์ญี่ปุ่น เคี่ยวด้วย
สาหร่ายคมบุและปลาแห้ง หอม เค็มนิด ๆ
แต่กลมกล่อมแบบอูมามิ
- มินนิสโตรเน่ : ซุปผักสไตล์อิตาเลียน
เป็นสไตล์ซุปมะเขือเทศออร์แกนิคใส่ผักต่าง ๆ
ที่มาจากธรรมชาติ ให้ความสมดุลย์ในแบบแมคโครไบโอติก

ข้าวกล้องและขนมปังฝรั่งเศส
หุงและอบวันต่อวัน ไม่มีค้างคืน
สามารถเลือกได้สำหรับ Set A และ B

สปาเก็ตตี้ นโปลิตัน (Set B)
พูดถึงนโปลิตัน บางคนคงนึกถึงอิตาลี
แต่จริง ๆ แล้วจานนี้เป็นอาหารญี่ปุ่น
ที่หากินได้แพร่หลายมากมายในญี่ปุ่น
โดยส่วนผสมอาจจะคล้ายคลึงกับพาสต้า
ของอิตาเลียนเท่านั้นเอง
รสชาติสปาเก็ตตี้นโปลิตัน จะเป็นเส้นสปาเก็ตตี้
ผัดกับหอมใหญ่ ผักและเบคอน
โดยผสมมะเขือเทศกระป๋อง จึงให้รสเปรี้ยว
ไม่อมหวานเหมือนซอสมะเขือเทศขวด
ตัดรสกับไข่เจียวที่ปรุงรสอ่อน ๆ มาได้ดีเลย

ยากิโซบะ (Set B)
เมนูเส้นอีกแบบ ที่เป็นเส้นโซบะผัดซอสแห้ง
กับเคล ผักและหมูออร์แกนิค รสชาติดีฝีมือเชฟญี่ปุ่น
ทำอาหารญี่ปุ่น รู้สึกได้ถึงความแตกต่าง
จากร้านอาหารญี่ปุ่นแล้วมีเชฟไทยเลย
กลมกล่อมมาก มาพร้อมไข่ดาว 1 ฟอง

ข้าวแกงกะหรี่เนื้อ (Set C)
แกงกะหรี่ รสเข้มข้นสไตล์ญี่ปุ่น
จากเครื่องเทศกว่า 10 ชนิด

เสียดายที่ตัวเนื้อ สำหรับผมรู้สึกว่า
มันสุกจนเนื้อแข็งแตกไม่นุ่มนวล
เสิร์ฟพร้อมข้าวกล้องและไข่ดาว 1 ฟอง

แฮมเบอเกอร์ (Set C)
แป้งแฮมเบอรเกอร์ทำสดใหม่ทุกวัน
กับเนื้อแฮมเบอเกอร์ที่เป็นส่วนผสม
จากเนื้อไทยเฟร้นซ์และออสเตรเลียนวากิว
สุกกำลังดี ราดด้วยซอสบาร์บีคิวและทาทาร์ซอส
แบบออร์แกนิค รองด้วยผักนานาชนิด
เสิร์ฟพร้อมมันฝรั่งออร์แกนิคทอดทั้งเปลือกกรอบอร่อย

เมนูประจำวัน
ที่เสิร์ฟกับ Set A B C นั้น จะเป็นไซซ์เล็ก
ผมได้ลองถึง 8 จาก 11 เมนู แต่ละเมนู
ก็มีจุดเด่น สัมผัสและรสชาติแตกต่างกัน
มาดูกันครับว่ามีอะไรและเป็นยังไงกันบ้าง

โคร็อกเกะปูและคาโบนาร่า
ไส้ปูกับคาโบนาร่าหุ้มเกล็ดขนมปังทอด
จึงไม่มีซอสราดมา เพราะว่าความเข้มข้น
ของคาโบนาร่าก็เพียงพอแล้ว
คนชอบของทอดแต่ไม่กินเนื้อเป็นตัวเลือกที่ดีเลย

โคร็อกเกะเนื้อและมันฝรั่ง
หรือจะเรียน นิคุจากะ ก็ได้
ไส้มันฝรั่ง ผักออร์แกนิค ผสมเนื้อไทยเฟรนซ์
และออสเตรเลียนวากิวเข้าด้วยกัน
หุ้มเกล็ดขนมปังทอด
มาพร้อมวูสเตอร์ซอสสูตรเฉพาะของทางร้าน
ตัดเปรี้ยวเค็มหวานกำลังดี กินเข้ากันมาก

ปลาซาบะรมควัน
เนื้อปลารมควันข้ามคืน ให้รสชาติปลาเข้มข้น
ปรุงแต่งรสเล็กน้อยด้วยหอมแดงและมะนาว
เปรี้ยวนิด ๆ กินแล้วมีความสุขมาก

กัวคาโมเล่ คีนัว กุ้ง
ดริปปิ้งยอดฮิตสไตล์เม็กซิกัน
ที่เป็นอโวคาโด้นำมายำผสมกับคีนัว
(ธัญพืชซุปเปอร์ฟู๊ด ให้คุณค่าโภชนการสูง)
รสชาติเปรี้ยว ๆ กินเพลิน ๆ กินกุ้งสุก
ที่ท็อปปิ้งมาด้วยก็ลงตัว

เนื้อวากิวคินปิระ
อีก 1 จานที่เป็นอาหารญี่ปุ่นดั้งเดิม
ด้วยการใช้ส่วนรากของพืชออร์แกนิค
ที่แอดคิดว่าน่าจะเป็นรากโกโบ
ผัดกับเนื้อวากิว รสชาติเค็ม ๆ มัน ๆ
กินกับผักมิมิซูนา (ผักน้ำญี่ปุ่น) มาช่วยตัดรส
เสริมคุณค่าให้มากยิ่งขึ้นสำหรับเมนูนี้อีกด้วย

สลัดมันฝรั่ง
ใช้มันฝรั่งออร์แกนิค บดหยาบ ๆ
ใส่หอมใหญ่ แครอท บีทรูท ถั่วลันเตา
และผลไม้ เมนูที่ดูธรรมดาแต่อร่อยเลยทีเดียว

ผักออร์แกนิคหลายชนิดและทับทิม
เสิร์ฟพร้อมฮัมมัส/ฮัมมูส เครื่องจิ้มสไตล์อินเดีย
ที่ทำมาจากถั่วกาบังโซ่(ชีคพี/ลูกไก่)และงาบด
ให้คุณค่าทางโภชนการสูงมากอีก 1 เมนู

สลัดถั่วและผัก
ใช้ถั่วหลายชนิดต้มในซุปสาหร่ายคมบุ
ผสมกับผักออร์แกนิคอีกหลายชนิด
ราดด้วยน้ำสลัดมัสตาร์ดบัลซามิค
อีก 1 เมนูที่คุณค่าทางโภชนการสูงมาก ๆ

นอกจากนี้ ก็ยังมีเมนูอาหารต่าง ๆ อีกมากมาย
ไม่ว่าจะเป็นอาหารเช้า
อย่าง eggs benedict 195 บาท
ไข่ต้มในน้ำส้มสายชู รองด้วยแฮม
และอิงลิชมัฟฟิน ราดด้วยซอส Hollandaise
รสเข้มข้น เสิร์ฟพร้อมสลัดผักสด

ผัดไท 115 บาท
เก๋ไก๋แบบไทย ๆ ด้วยการรองเส้นผัดไททั้งหมด
ด้วยหัวปลี เส้นไม่แฉะจนเกินไป กลมกล่อมกำลังดี

คลับแซนวิช พร้อมเฟรนซ์ฟรายด์ 165 บาท
ขนมปังนำไปทอดผิวหน้าด้วยเนยหอม ๆ
ให้สีขึ้นน้ำตาลสวยงาม สอดไส้ด้วยไข่ แฮม
มะเขือเทศสดและผัก เสิร์ฟพร้อมเฟรนซ์ฟรายด์

ในส่วนของ bakery
ก็มีขนมปังต่าง ๆ ให้เลือกมากมาย
แตกต่างทั้งสัมผัส รสชาติ ไส้ ที่หลากหลาย
รวมถึงขนมเค้กที่ผมหมายตาไว้จะไปลอง
ในครั้งต่อไป เพราะเป็นเค้กสไตล์ญี่ปุ่นซะด้วย

ปิดท้ายด้วยกาแฟสด ที่ร้านแนะนำ
เป็นลาเต้ร้อน 75 บาท ทำลาเต้อาร์ตมาด้วย

ก็ต้องขอขอบคุณ คุณปุ้ม(เจ้าของร้าน)
เชฟซาโตะ และพี่เอิร์ธ ที่แนะนำ ชักชวน
มาให้รีวิวแนะนำร้านดี ๆ เพื่อสุขภาพในครั้งนี้ด้วยครับ

เชฟคาซุมา ซาโตะ
เชฟใหญ่ประจำร้าน Brainwake Organics Thonglor​
เชิญมาลิ้มลองรสชาติญี่ปุ่นกันครับ

ขอให้อิ่มอร่อยกันพร้อมกับการ
รับโภชนาการที่มีคุณค่าไปอย่างเต็ม ๆ นะครับ

สนใจสำรองโต๊ะและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
โทร.02 043 9390

#OnTable #ontcublogspotcom #ontcu
#foodphotographer #foodphoto #foodblog
#foodblogger #foodreview #food #blogger
#thaiblogger #foodpinterest
#AllStyleThaiBloggers
#brainwakeorganics #organics
#food #drink #coffee

วันอาทิตย์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2560

จัดความสุขให้ผิวด้วย Circulation Stimulation+Toxin Purification at Le Meridien Bangkok


พักผ่อนรอบนี้ มาลองของใหม่ ที่คิดค้นมาเป็นพิเศษ
เพื่อฟื้นฟูสภาพผิวจากมลภาวะและสารพิษต่าง ๆ
ที่สะสมมาจากชีวิตประจำวัน ทั้งจากการเดินทางไปรีวิว
จากการกินไม่ยั้ง (555) จนสะสมซะมากมาย
โดยที่ทรีทเม้นต์สูตรใหม่นี้
จัดขึ้นตลอดเดือนกรกฎาคม - กันยายน 2560 นี้เท่านั้นนะ
ซึ่งเจ้า “Circulation Stimulation+Toxin Purification” 
นี่น่ะมีราคาพิเศษสุด ๆ เพียง 2,200 บาท net ต่อ คน
มีรายละเอียดตามนี้เลยครับ

เริ่มต้นการทำทรีตเมนต์ด้วยการทำสปาฝ่าเท้า 30 นาที
(หรือการอบตัวด้วยไอน้ำ30 นาที แล้วแต่เลือก)
ต่อด้วยการนวดตัวด้วยน้ำมันอุ่นอีก 60 นาที
โดยจุดเด่นของทรีตเมนต์นี้นั้น
จะช่วยปรับระบบการหมุนเวียนของเลือด,
ระบบการขับเหงื่อ และระบบการทำงานของไต
รวมถึงยังช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย
และทำให้ดูกระชับ เต่งตึง และกระจ่างใส กันเลยทีเดียว
มาชมกันเลยดีกว่าว่าจะสบายกันขนาดไหน

วันนี้ขับรถมาครับ เพราะตรงกับวันอาทิตย์
รถไม่ติดขับรถมาสบาย ๆ  เพราะนัดหมายรอบแรก 11.00 น.ไว้
จอดชั้นใต้ดิน แล้วขึ้นลิฟท์มายัง Lobby
เพื่อเปลี่ยนลิฟท์อีกตัว ขึ้นมายังชั้น 6 ครับ 

โดยบริการสปา ของ Le Méridien Bangkok​
เปิดให้บริการ 11.00 - 23.00 น.
โดย booking แรกเริ่มเวลา 11.00 น.
และ booking สุดท้ายเวลา 21.00 น. 

วันนี้จะมาทำทรีทเม้นต์ ในแพคเกจนี้ครับ
“Circulation Stimulation+Toxin Purification” 
ราคา 2,200 บาท net ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที 

พนักงาน Reception บริการดี สุภาพ
และให้ความเป็นกันเอง สามารถสอบถาม
ให้คำแนะนำเรื่องแพคเกจการทำทรีทเม้นต์ต่าง ๆได้อย่างดีครับ 

มุมนั่งเล่น เพื่อพูดคุย
และกรอกข้อมูลสุขภาพเล็ก ๆ น้อย ๆ
มีผลิตภัณฑ์สปา และทรีทเม้นต์ต่าง ๆ
จำหน่าย หากถูกใจ

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ 

ทาง Spa by Le Méridien
จะมี Welcome Drink พร้อมผ้าสะอาด
ให้ได้สดชื่น ผ่อนคลาย ก่อนจะทำทรีทเม้นต์ 

วิวริมสระว่ายน้ำก็งามดี
จิบน้ำ Grape juice (น้ำองุ่นแดง) เย็น ๆ ชื่นใจ 

ก้าวเท้าเข้าสู่บริเวณ Spa 

ด้านในก็ยังมีชุดนั่งพักผ่อนอยู่ด้วย
มี Magazine ให้นั่งอ่านเพลิน ๆ
หากมากันเป็นคู่ ใครเสร็จก่อนก็มานั่งรอได้ 

เครื่องทำสปา ทรีทเม้นต์ กลิ่นหอมมาก 

เดินไปยังห้องที่เตรียมไว้ ผนังทางเดินตกแต่งด้วย
หินแม่น้ำสีขาว ดูสงบและสบายตาดีมาก ๆ เลย
ซึ่งห้องมีหลายแบบครับ
ทั้งเดี่ยว คู่ เตียง ฟูก แล้วแต่ความเหมาะสม
ของลูกค้าและแพตเกจที่จองไว้ 

ไปครับ เข้าไปดูในห้องกัน 

ห้องที่ได้ในวันนี้ เป็นห้องเตียงคู่
เหมาะสำหรับมาเป็นคู่คนรัก คนสนิท
หรือเพื่อนก็ตามแต่ครับ 555 

เตียงมาตรฐาน เจาะช่องที่ศีรษะ
ไว้นอนคว่ำหน้าจะได้หายใจได้สบาย 

อ่างจากุซซี่ *กรณีแพคเกจที่ใช้ 

อยากลงอ่างเลย 555
แต่ “Circulation Stimulation+Toxin Purification” 
ไม่มีการลงอ่างแต่อย่างใด...เสียดาย 

ที่นั่งพักผ่อน และไว้สำหรับทำสปาเท้าด้วย 

ห้องน้ำและห้องแต่งตัว และเป็นทางเข้าห้องอบไอน้ำด้วย
อุปกรณ์ครบครัน แต่ที่นี่จะไม่มีเซฟไว้เก็บของมีค่านะ
เพราะเค้าการันตีว่าของมีค่าไม่มีทางหายแน่นอน 

ตู้เสื้อผ้าทางขวา เปลี่ยบนเสื้อคลุม
ส่วนประตูตรงหน้าคือ Private Sauna ห้องอบไอน้ำส่วนตัว 

ควันกำลังกรุ่นและอุ่น น่าเข้าจัง 

เพดานภายในห้องก็แสงสบายตานะ

พร้อมแล้วก็เริ่มขั้นตอนแรก
(เลือกทำสปาเท้า) 
Therapist ทำการทาวาสลีนเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น
ให้กับเท้าของเรา และทำการผสมเครื่องทำสปาเท้าลงในน้ำอุ่น 

จากนั้นก็ทำการแช่เท้าในน้ำอุ่น
ที่ผสมเครื่องสปา ทรีทเม้นต์ไว้ 5 นาที
น้ำอุ่นกำลังดีเลยล่ะ 
แช่เท้าไปพลาง จิบ Grape juice ไปพลาง
หรือจะอ่านหนังสือไปด้วย ก็จะมีความสุขไม่น้อย

ครบ 5 นาที เช็ดเท้าให้แห้ง 

Therapist ทำการ wrap พันพลาสติก
หลังจากที่ชโลมครีมทรีทเม้นต์เรียบร้อย
พันไว้ประมาณ 15 นาที 

ระหว่างที่พันพลาสติกที่เท้าและขา
เพื่อรอเวลา ก็ทำการประคบตา
เพื่อผ่อนคลายตวามล้าของดวงตาและสายตา

ครบเวลาก็ทำการแกะพลาสติกออก
ทำการนวดเพื่อคลายเส้นและกล้ามเนื้อ 
พร้อมกันนั้นก็จะเริ่มทำการนวดตัวด้วยน้ำมันต่อเลย

หลังจากนั้นก็ทำการนวดตัวด้วยน้ำมัน
(ภาพถ่ายเพื่อประกอบการรีวิวให้สวยงาม
แอดขอให้ทาง Therapist รินน้ำมันเอง
ซึ่งปกติแล้วจะไม่ใช้การรินแบบนี้นะครับ)

จุดและน้ำหนักที่ได้แจ้งไว้
Therapist เก็บได้ทั้งหมด
ฝีมือการนวดนั้นจัดว่าดีเลยทีเดียว
ควรค่าแก่การไปซ้ำจริง ๆ นะจะบอกให้ 

หลังจากจบแพคเกจ
“Circulation Stimulation+Toxin Purification” 
รวมถึงแพคเกจอื่น ๆ
ทาง Spa by Le Méridien Bangkok
ก็จะจัดชาร้อนและผลไม้มาให้ได้ชื่นใจกันอีกรอบครับ


สามารถดูคลิปรีวิวได้ทางลิงค์นี้เลยครับ
อย่าลืมกด Subscribe+Like+Share กันนะ

เอาเป็นว่าใครอยากผิวสวยและขจัดพิษออกจากร่าง
แนะนำมาทำทรีทเม้นต์ตัวใหม่นี้แบบพลาดไม่ได้
ยิ่งสายสปา นวด ทรีทเม้นต์ ด้วยแล้วล่ะก็ บอกเลยว่า
ต้องลอง !!! มาสบายผิวกันเถอะครับ

สปา บาย เลอ เมอริเดียน กรุงเทพ 
ชั้น 6 โรงแรมเลอ เมอริเดียน กรุงเทพฯ (สุรวงศ์)
เปิดบริการเวลา 11:00 – 23:00 น.
จองทรีทเม้นต์ล่วงหน้าได้ที่ spa.lmbkk@lemeridien.com
โทร. 02 232 8888 

#OnTable #ontcublogspotcom #ontcu
#foodphotographer #foodphoto #foodblog
#foodblogger #foodreview #food #blogger
#thaiblogger #foodpinterest
#AllStyleThaiBloggers #Spa #LeMeridienBangkok
#Treatment #Relax #lifestyle