พื้นที่โฆษณาส่วนหัว

พื้นที่โฆษณาส่วนหัว
ติดต่อโฆษณา โทร.086 6688 327
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Italian Kitchen แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Italian Kitchen แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2560

"FLAVORTALE" Dinner Show @ Medici Kitchen & Bar




รีวิวนี้จะพาไปลิ้มรสความอร่อย
ของอาหารอิตาเลียน ที่ Medici Kitchen & Bar,
Hotel Muse, Bangkok​  ถนนหลังสวน ครับ
ซึ่งห้องอาหารอิตาเลียน Medici Kitchen & Bar นี้
โดดเด่นในเรื่องความเป็นอาหารอิตาเลียนแท้ ๆ
จนได้รับรางวัลชนะเลิศร้านอาหารอิตาเลียนที่ดีที่สุด
ในกรุงเทพมหานคร จากนิตยสาร Thailand Tatler
ถึง 3 ปีซ้อนด้วยกัน !!! ไม่ธรรมดาเลยล่ะครับ

ห้องอาหารอิตาเลียนที่ดีที่สุด
ในกรุงเทพมหานคร จากนิตยสาร Thailand Tatler
ถึง 3 ปีซ้อน กับ MEDICI KITCHEN & BAR

และในทุกค่ำคืนวันพุธ
นอกจากจะอร่อยไปกับอาหารแล้ว
ก็ยังมีความพิเศษ ด้วยโชว์ "FLAVORTALE"
แสง สี เสียง เอฟเฟ็กซ์อันตระการตา
ที่ว่าด้วยเรื่องราวการแสดง เกี่ยวกับเครื่องปรุง
รสชาติต่าง ๆ ออกมาเต้นได้เหนือจินตนาการ
ด้วยการแสดงที่เป็นเอกลักษณ์
และไม่ซ้ำแบบใคร จากฝีมือของ Xuan Xu 
ผู้อยู่เบื้องหลังความสวยงามของโชว์แจ่ม ๆ
ของ Maggie Choo’s และ Sing Sing Theatre
ทำให้การกินอาหารอิตาเลียน 3 จานเบา ๆ ของผม
มีความน่าตื่นตา ตื่นใจ ไปพร้อม ๆ กันกับการแสดง
ว่าแล้วเราก็มาชมบรรยากาศ โชว์และอาหารกันเลยดีกว่าครับ

ลงลิฟท์ หรือ เดินลงบันไดมายังชั้นใต้ดิน
จะพบกับห้องอาหาร ซึ่งมีไม่มากนักนะครับ
ที่ทำห้องอาหารไว้ชั้นใต้ดินแบบนี้ เก๋ไก๋
ดูเป็นส่วนตัวดีมาก ๆ

หน้าห้องอาหารจะมีป้ายบอกเลยว่าคืนนี้มีการแสดง

บรรยากาศห้องอาหารกันก่อน ลักษณะการตกแต่ง
เป็นแนวโมเดิร์นคลาสสิค คือการใช้โทนสี คุมโทนมาจาก
ทั้งโรงแรม ออกโทนน้ำตาล ดำ ทอง ดูขรึม เข้ม หรูหรา

ตรงกลางห้องอาหาร จะจัดเป็นเวทีการแสดง
ขนาดย่อม ๆ โดยวันอื่น ๆ จะเป็นโชว์โอเปร่า

ห้องอาหารมีขนาดไม่ใหญ่เกินไป ทำให้มีความเป็นส่วนตัวค่อนข้างสูง
จะมากันเป็นคู่เดท หรือครอบครัว ก็เยี่ยมเลย

เคาท์เตอร์บาร์... หลากหลาย 

บริเวณหน้าครัว จะเป็นโต๊ะและเก้าอี้ high chair
แต่ทราบมาว่าจะมีการรีโนเวทบริเวณนี้
ให้เป็น long table ในเร็ว ๆ นี้ครับ

Back Drop สุดแสบซี๊ดส์ อย่าลืมมาแวะถ่ายภาพกันนะ


โต๊ะอาหาร อุปกรณ์ต่าง ๆ 
และของประดับโต๊ะก็ดู สวยงาม หรูหราเช่นกัน 

เริ่มมื้ออาหาร จะมีขนมปังหลากหลายชนิด
มาให้กินเล่นระหว่างรออาหารที่สั่งไป
ดิปปิ้ง/เครื่องเคียง ที่กินกับขนมปัง
กระเทียมอบโรสแมรี่ อร่อยมาก ๆ (ซ้าย)
ผักโขมผัด รสกลาง ๆ (กลาง)
ทูน่าสเปรด อีกทางเลือกในการกินกับขนมปัง (ขวา)
หรือจะกินแบบออริจินัล จิ้มน้ำมันมะกอก+บัลซามิค
ก็อร่อย เพราะขนมปังอร่อยใช้ได้เลยล่ะ
  
Amuse-bouche อามูสบุช
ก็มีมาให้เรียกน้ำย่อยกันก่อนเสิร์ฟ appetizer หลัก 
เป็นขนมปังกรอบ ท็อปด้วยตับบดเนียน ๆ
กินพร้อมกันอร่อยดี อย่าลืมปาดบัลซามิครีดัคชั่น
กินด้วยนะ อร่อยไปอีก

Appetizer :
ฺBurratina di Bufala con pomodorini,
rucola, pesto e prosciutto 

บูราต้าชีส(ชีสนมควาย) เสิร์ฟพร้อม พาร์ม่าแฮม
มะเขือเทศเชอร์รี่ สลัดผักร็อคเก็ต และซอสเพสโต้โหระพา
บูราต้าชีส จืด ๆ มัน ๆ เข้ากันดีกับพาร์ม่าแฮมที่มีรสเค็ม
และมะเขือเทศเชอร์รี่ที่มีรสเปรี้ยวหวาน
กินพร้อมกับสลัดร็อคเก็ตที่ราดเพสโต้ซอส
ทำให้ได้ความสดชื่น กระดุ้นความอยากอาหารในจานต่อไป

ก่อนไปจานต่อไป คั่นด้วยการแสดงโชว์ จะมีกิมมิคก่อนโชว์เล็กน้อย
ด้วยการเสิร์ฟ มะเขือเทศเชอร์รี่ ปรุงรสเผ็ดด้วยพริก
เพื่อรับอรรถรสของการชมโชว์ชุดแรก
โชว์ชุดแรก Chili dance ... เผ็ดสมชื่อ
เป็นการเต้นสไตล์ฟลามิงโก้ประยุกต์
ดูคลิปการเต้นได้ในนาทีที่ 0.33-3.15 ในคลิปนี้

Main Course :
Tagliati di manzo con rucola, Grena e balsamico 

เนื้อสันในจากวัวที่เลี้ยงด้วยหญ้า (grass-fed) นำมาย่าง
แล้วสไลด์ชิ้นหนาน่ากิน เสิร์ฟพร้อมกับผ้กร็อคเก็ต
มะเขือเทศเชอร์รี่ ชีส Grana Padano และน้ำส้มบัลซามิครีดัคชั่น
ตัวเนื้อวัวระดับความสุกมีเดียมแรร์ได้มาอย่างที่สั่ง
เนื้อสันในระดับความนุ่มดีทีเดียว แต่ก็แฝงลักษณะ
เฉพาะของวัว grass-fed ที่มีความแน่นของเนื้อ
ให้ได้เคี้ยวเพลิน ๆ อีกด้วย
(ติดตรงต้นชิ้นเนื้อแต่งยังไม่ดีเท่าไหร่ ติดมันและเอ็นมาพอควร)
บดพริกไทยดำลงไปเพิ่มกลิ่นอีกเล็กน้อย
ความหอมของเนื้อ ยั่วยวนมาก ๆ กินพร้อมกับ
Grana Padano ชีส และ บัลซามิครีดัคชั่นได้อร่อยมาก

จบ Main Course ก็ต่อด้วยโชว์ชุดที่ 2 กิมมิคก่อนโชว์จะมี
เมอร์แรงสีหวาน มาให้กินเพิ่มอรรถรสการชมโชว์
โชว์ที่ 2 Sweet Dance สไตล์บัลเล่ต์ประยุกต์
เป็นเรื่องราวรัก 4 เศร้าของเหล้าตัวละครสาว
มาการอง แคนดี้ โกโก้และคาราเมล สนุกสนานดี
บทสรุปสุดท้ายเป็นยังไง ชมคลิปได้
ในนาทีที่  3.45-9.20 กันในคลิปนี้ครับ

Dessert :
Parfait al caffe'con gelatina alla vaniglia e frutta secca 

พาร์เฟ่ท์ ไอศกรีมเจลาโต้รสกาแฟ เสิร์ฟพร้อมกับเยลลี่วนิลา
ที่ใช้วนิลาจากมาดากัสก้า และถั่วเคลือบคาราเมล แต่งจานสวยงาม
ด้วยดอกอัญชันและช็อคโกแล็ตแต่งลาย ตัวเจลาโต้ไอศกรีมรสกาแฟ
หอม เข้มข้น และหวานน้อย กินพร้อมกับเจลลี่วนิลาและถั่วเคลือบคาราเมล
เคี้ยวกันได้คนละสัมผัสแต่เข้ากันดีรวมไปถึงรสชาติ
ที่รวมกันเวลาเคี้ยวในคำเดียว คอกาแฟแบบผม ชอบครับ

โชว์สุดท้ายปิดมื้อค่ำคืนนี้ ก่อนชมโชว์เช่นเคย มีกิมมิค เป็น
ครีมชีสเกลือพริกไทย เป็นนัยว่า โชว์นี้ จะ มัน(ส์) เค็ม เผ็ด มั้ยนะ
โชว์สุดท้าย Salt & Pepper Dance 
เป็นการโชว์เต้นสไตล์ป๊อปปิ้ง+เบรคแดนซ์
เรื่องราวของ 2 หนุ่ม เกลือกับพริกไทย
จะเขย่ากันมันส์ขนาดไหน จะเป็นอย่างไร
ชมคลิปนาทีที่ 9.30-14.14 ได้ที่คลิปนี้เลยครับ

สามารถชมคลิปการแสดง 3 ชุด สนุกสนาน สวยงามทั้งหมดได้ที่

อย่าลืม Subscrube+Like+Share กันนะครับ

"FLAVORTALE" จะเปิดแสดงทุกคืนวันพุธ
ที่ Medici Kitchen & Bar 
ตั้งแต่ 12 กรกฎาคม ถึง 27 กันยายน 2560 เท่านั้น
ห้องอาหารเปิด 18.30 น. การแสดงเริ่ม 20.00 น.
แนะนำเลยว่าไม่ควรพลาด ด้วยประการทั้งปวง
เพราะจะได้อร่อยไปทุกสัมผัส
ทั้งหู ตา จมูก ปาก ลิ้น กระเพาะ กันเลยครับ

สนใจสำรองโต๊ะและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
โทร.02 630 4000


#OnTable #ontcublogspotcom #ontcu
#foodphotographer #foodphoto #foodblog
#foodblogger #foodreview #food #blogger
#thaiblogger #foodpinterest
#AllStyleThaiBloggers
#HotelMuse #FLAVORTALE
#Medici #DinnerShow

วันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2559

THEO MIO Brunch



รีวิวนี้ ผมจะพาไปอิ่มอร่อยมื้อสายวันหยุดเสาร์และอาทิตย์
กับอาหารสไตล์อิตาเลียนแบบบุฟเฟ่ต์ทาปาสชนิดต่าง ๆ
และเครื่องดื่ม cocktail, mocktail, wine และ sparkling wine
แบบไม่อั้น อร่อยจุใจกับทาปาสแล้ว ก็ยังสามารถเลือกอาหาร
จานหลักได้ 1 จาน พร้อมของหวานหลากหลายอย่าง
ในราคาเพียง 1,288 ++ บาท ตั้งแต่เวลา 11:30-14:00 น.
ณ ห้องอาหาร THEO MIO Italian Kitchen by THEO RANDALL



เรื่องความอร่อยของอาหารนั้น การันตีได้เลยว่าห้องอาหาร
ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ นั้น อร่อยและมาตรฐานสูง
และในส่วนของห้องอาหาร THEO MIO นี้นั้น ก็เชื่อมือถึงสูตรความอร่อย
และการบริหารของเชฟ THEO RANDALL เซเลบริตี้เชฟชื่อดังชาวอังกฤษ
ที่ผ่านการทำงานมาอย่างคร่ำหวอดในวงการอาหารกว่า 25 ปี ได้รับรางวัล
ร้านอาหารยอดเยี่ยมมาหลายรางวัล
จาก โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ลอนดอน ปาร์คเลน


โดยห้องอาหาร THEO MIO ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ แห่งนี้นั้น
ถือว่าเป็นร้านอาหารอิตาเลียนแห่งแรกนอกสหราชอาณาจักร
ของเชฟ THEO RANDALL อีกด้วย
และเชฟที่มาทำหน้าที่ควบคุมแทนเชฟ RANDALL ที่นี่นั้น
ก็คือเชฟคริส เบเวอรี่ ที่บินตรงมาจากอังกฤษเช่นเดียวกันนั่นเองครับ
ด้วยการผสมผสานของวัตถุดิบในประเทศไทยและอิตาลีตามฤดูกาล
ทำให้ได้อาหารอิตาเลียนแนวใหม่ที่สร้างสรรค์



บรรยากาศห้องอาหารเป็นครัวเปิด ทำให้เห็นการทำงานของเชฟ
ได้อย่างเพลิดเพลิน ที่นั่งจะเลือกนั่งแบบโต๊ะเป็นกลุ่มเพื่อนฝูง
หรือจะเลือกนั่งแบบเคาท์เตอร์บาร์ก็ย่อมได้





เราทำความรู้จักพร้อมชมบรรยากาศห้องอาหารกันมาพอสมควรแล้ว
กลับมาสู่เรื่องของอาหารกันบ้างดีกว่าครับ
โดยผมขอเริ่มจากบรรดาเครื่องดื่มที่เป็น free flow ตลอดทั้งมื้อกันก่อนครับ


เริ่มจาก Mocktails 4 แบบ สำหรับคนที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์
เป็นการผสมน้ำผลไม้ต่าง ๆ เข้าด้วยกัน จะมีการตั้งชื่อเป็นเมืองต่าง ๆ
ในอิตาลี คือ Napoli(รสส้ม), Milano(รสเสาวรส), Roma(รสแอปเปิ้ล)
และ Palermo(รสลิ้นจี่)
ซึ่งแต่ละแก้วก็มีสีสันส้ม ๆ แดง ๆ รสชาติดีทีเดียว

Napoli และ Milano

Roma และ Palermo

ก้าวเข้าสายแอลกอฮอล์กับ Cocktail ที่มี 1 รายการให้ดื่ม
คือ SunKissed รสจะออกหวาน ๆ เปรี้ยวราสเบอร์รี่ธรรมชาติ
ให้รสซ่าด้วยการท็อปด้านบนด้วย Prosecco
กลิ่นหอมของกุหลาบที่ซ่อนอยู่ น่าจะเหมาะกับสาว ๆ ครับ
(สามารถขอแบบไม่ใส่แอลกอฮอล์ก็ได้นะครับ)


สำหรับ Prosecco Bottega Millesimato 2014
เป็น sparkling wine ที่รสชาติดีเข้ากับอาหารได้หลายจาน
สัมผัสเบา ๆ ซ่า ๆ เปรี้ยวนิด ๆ เย็นฉ่ำ เรียกน้ำย่อยได้ตลอดเวลา




ส่วน Wine ทั้งแดงและขาว เป็นแบรนด์ Genesis
ตัวไวน์ขาว มีรสเปรี้ยวนำ ดื่มง่าย ไม่บาดคอ
ตัวไวน์แดง ไม่ดราย มีบอดี้กลาง ๆ เหมาะกับอาหารหลายจาน



ในเรื่องราวของเครื่องดื่ม ผมถือว่าห้องอาหารเลือกเครื่องดื่ม
มาลง free flow ได้ดีเหมาะสม และคุ้มค่ากับเม็ดเงิน
ที่ลูกค้าจ่ายอย่างมาก ๆ ครับ ชื่นชมเลยครับ
เพราะราคานี้ไปนั่งดื่มก็คุ้มมากแล้ว นี่ยังมีของกินทั้งคาวหวานอีกด้วยครับ


ก่อนเริ่มมื้อ ทางห้องอาหารจะมี ขนมปัง complimentary
สไตล์โฮมเมดแบบอิตาเลียนมาให้เรารองท้องครับ
มีทั้งแบบแข็ง กรอบ นุ่ม ให้เลือกตามชอบ


แล้วก็มาเริ่มกันที่ในหมวด Antipasti (หรือ appetizer) กันเลยครับ
ซึ่งในหมวดนี้ ทานได้ไม่อั้น มีด้วยกัน 5 เมนูด้วยกัน
ถ้ามาเป็นกลุ่ม เชฟจะทำการจัดให้ตามจำนวนที่เหมาะสมแต่ก็สั่งเพิ่ม
ในรายการที่เราอยากหรือไม่อยากได้นะครับ

Bruchetta al Pomodoro
ขนมปังปิ้งวางท็อปปิ้งด้วยมะเขือเทศชิ้นโต อบกับกระเทียม
ใบโหระพาและน้ำมันมะกอก ได้รสชาติแบบอิตาเลียนเน้น ๆ
จากตัววัตถุดิบหลังที่เป็นมะเขือเทศและน้ำมันมะกอกที่โดดเด่น



Insalata di Ceasar
ซีซ่าส์สลัดตามต้นตำหรับ ที่มีผักกาดคอส(ผักกาดหวาน)
ขนมปังกรอบ และพาร์มีซานชีส ราดน้ำสลัดปลาแอนโชวี่
พร้อมท็อปปิ้งด้วยเบคอนกรอบ เป็นสลัดจานอร่อยที่มีเบิ้ลครับ 




Pepperoni Piedmontese
พริกระฆังสีแดงขนาดใหญ่ผ่าครึ่งอบกับมะเขือเทศลูกเล็ก
กระเทียม ใบโหระพาและปลาแอนโชวี่ เป็นอีกเมนูที่กินง่าย
แถมอร่อยด้วยครับ



Insalata di Polpo e Borlotti
สลัดผักร็อคเก็ต คื่นช่ายฝรั่ง กะหล่ำสีม่วง มะเขือเทศราชินีอบ
ทับทิมและหนวดปลาหมึกย่าง รสชาติสลัดจานนี้ผสมหลากหลายอารมณ์
ของรสสัมผัสกันมากตั้งแต่กรอบผัก หนึบหนวดปลาหมึก แต่ก็เข้ากันดี



Salumi Misti
จานรวมแฮมชนิดต่าง ๆ จากอิตาเลียน ไม่ว่าจะเป็น
prosciutto, pancetta, arrotolata และ salami ที่อร่อยทุกอย่าง
เสิร์ฟพร้อมกับโฮมเมดแครกเกอร์และหัวหอมแดงในน้ำส้มบัลซามิค
ที่กินแล้วเข้ากันดีจริง ๆ ครับ





ต่อกันที่ Secondi (หรือ Main Dish) ที่เลือกได้ 1 เมนูจาก 3 เมนู

Porchetta (หมู)
เนื้อหมู(ส่วนสามชั้น)อบเมล็ดเฟนเนลและสมุนไพรแบบหนังกรอบ
เสิร์ฟพร้อมมันฝรั่งบดและถั่วต้ม เนื้อหมูหอมนุ่มอร่อย
เข้ากันดีกับซอสเกรวี่ที่ราดมา มันค่อนข้างน้อยดีมาก
และหนังกรอบอร่อยได้สัมผัสที่แตกต่าง อร่อยจริง ๆ ครับ




Lasagne al Forno
ลาซาญ่าเนื้อบดชุ่มฉ่ำด้วยซอสสูตรพิเศษและพาร์มีซานชีส
สลับชั้นกับแป้งพาสต้า อบหอมนุ่มละมุน รสชาติจัดว่าดีมากเลย



  
Pizza
พิซซ่าแป้งบางกรอบมีให้เลือก 3 หน้า คือ Magarita(มะเขือเทศ)
Trifolata(เห็ด) และ Diavola(พริกหวาน) ซึ่งอร่อยทุกหน้า
แนะนำให้กินตอนร้อน ๆ จะยิ่งเพอร์เฟ็ค
แต่วันที่ไปกิน เชฟทำอีกหน้าเพิ่มขึ้นมาให้เป็นพิเศษ
คือหน้าแฮมชีสกับผักร็อคเก็ตสลัด ก็อร่อยไม่แพ้ 3 หน้าหลักในตัวเลือกเลยครับ






จบจานหลักแล้ว ไม่ให้เป็นการเสียเวลา
เรามาต่อที่ของหวานกันเลยครับ Dolci (หรือ Dessert)
ที่มี 3 อย่างที่ทางห้องอาหารคัดมาให้แล้วครับ


Torta di Mandoria
ทาร์ตอัลมอนด์อร่อยเต็มคำมาพร้อมกับฝรั่งตุ๋นไวน์
เข้ากันดีมาก ๆ อร่อยดีครับ


Tiramisu
เค้กทีรามิสุ ที่ทำจากบิสกิตโฮมเมด กาแฟ มาสคาโปเน่ชีส
และผงมาซาล่า ได้ลงตัวเหมาะเจาะทั้งรสชาติหวานกำลังดี
แต่กลิ่นหอมต่าง ๆ ทั้งกาแฟและมาซาล่า นั้นอบอวลชวนกินครับ


Crostata di Limone
ทาร์ตมะนาวเปรี้ยว ๆ สดชื่นมาพร้อมกับครีมเบา ๆ ตัดรสได้ดี
ไว้ล้างปากจบมื้อหากไม่ดื่มกาแฟกันก็งดงามครับ


ส่วนตัวผมและเพื่อน ๆ ขอจบมื้อด้วยกาแฟและชา
สั่งเพิ่มนอกราคาบุฟเฟ่ต์ 150-160++ บาท
เป็นการปิดท้ายมื้อครับ กาแฟหอม ๆ ชาก็ใช้แบบพรีเมียมครับ



เป็นยังไงบ้างครับ กับอาหารอิตาเลียนพร้อมเครื่องดื่มนานาชนิด
สุดคุ้มค่า และอร่อยอีกด้วย กับห้องอาหาร THEO MIO
หากเพื่อน ๆ สนใจ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
และสำรองที่นั่งได้ที่
โทร.0-2656-0444 ต่อ 6273
ให้บริาการวันเสาร์และวันอาทิตย์
เวลา 11:30-14:00 น.

ขอให้อิ่มอร่อยกับอาหารและเครื่องดื่มในรีวิวนี้นะครับ