พื้นที่โฆษณาส่วนหัว

พื้นที่โฆษณาส่วนหัว
ติดต่อโฆษณา โทร.086 6688 327
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ whisky แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ whisky แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2560

MOJJO Lounge Bar



รีวิวนี้จะพาไปหาที่ชิค ๆ ชิล ๆ หลบรถติด
และสนุกสนานไปกับการดื่ม กิน ริมขอบฟ้า
ในบรรยากาศละติน สไตล์ฮาวานา
กับวิวแสนสวยงามของขอบฟ้า 360 องศา
พร้อมกับเครื่องดื่มสุดคลาสสิคและสุดพิเศษ
แกล้มอาหารทั้งแบบกินเล่น
จนไปถึงเมนูพิเศษที่เชฟคัดสรรค์มาแชร์กับเพื่อน ๆ
แกล้มกับเครื่องดื่ม ไม่ว่าจะเป็น มินิสไลด์เดอร์, ซาชิมิ,
มินิสเต็ก และพวกของขบเคี้ยวอีกมากมาย
โดยในแต่ละค่ำคืนก็จะมีธีมที่แตกต่างกันออกไป
ไม่ซ้ำกัน ให้ได้เลือกสนุกสนานตามสไตล์ของคุณเอง
ที่ MOJJO Lounge Bar ที่ชั้น 32
ของ Compass SkyView Hotel สุขุมวิท 24

โดยคืนวันศุกร์ที่ไปมานั้น เป็นธีม Fiesta Friday!
จะมี Clark Berger Music​ มาเล่นกีตาร์
และเพอร์คัชชั่นในท่วงทำนองสไตล์ละติน
ให้อารมณ์แบบในหนัง Desperado
ที่แอนโตนิโอ แบรนดาลัส แสดงนำเลยล่ะครับ
จะสนุกสนานและดื่มด่ำขนาดไหน ติดตามได้เลยครับ

ดูคลิปได้ที่
https://youtu.be/fuXegBBZdXI


อย่าลืมกด Subscribe+Like+Share ด้วยนะครับ

จุดหมายที่สถานี BTS พร้อมพงษ์ มุ่งหน้าสุขุมวิท 24 เพียง 5 นาที 

โรงแรม Compass SkyView Hotel​
ตึกตรงหน้า เห็นที่สถานี BTS พร้อมพงษ์ชัดเจน 

ถึงโรงแรม Compass SkyView Hotel​ แล้วไม่รอช้า
ขึ้นลิฟท์มายังชั้น 32 เลยครับ MOJJO Lounge Bar​ รอเราอยู่
ก้าวเข้ามาบรรยากาศการตกแต่งดี๊ดี 

วิวกระจกรอบด้าน มองทัศนียภาพได้ทั่ว 

มุมเก้าอี้แบบ High Chair เก๋ ๆ 

หน้า Counter Bar ก็จะดูหรู ๆ 

มีบาร์เทนเดอร์ประจำอยู่ 2-3 คนครับ
คอยให้บริการเครื่องดื่ม แนะนำได้ตรงเทสต์ของเรา


ชั้นโชว์เครื่องดื่ม มีให้เลือกมากมาย ไม่ต้องกลัวไม่จุใจนะครับ

ประตูออกระเบียงสวย ๆ  เป็นอีกมุม
ที่จับเป็นพร็อพถ่ายรูปได้อีกด้วย

ที่นั่งบริเวณระเบียง จะไม่มีหลังคา
รับลมและชมวิวพร้อมแสงยามเย็นและไฟยามค่ำคืนได้เต็มที่ 

โต๊ะเก้าอี้แบบเพื่อน ๆ มาเป็นกลุ่ม แฮงค์เอาท์กันได้เต็มที่


ชมวิวแบบพาโนรามาเมืองกรุงกัน

(คลิกเพื่อดูภาพใหญ่)

ของขบเคี้ยวที่เสิร์ฟให้ระหว่ารออาหารและเครื่องดื่ม
เป็นพวกมันทอดกรอบครับ เคี้ยวเพลินฆ่าเวลาดีเลย

มาดูอาหารกันครับ อาหารจะเป็นแนวไซซ์มินิ
จำพวก ทาปาส คานาเป้ ทานเล่นแกล้มกับเครื่องดื่ม

Black and Blue Tuna 295.-
เนื้อปลาทูน่าเซีย/เบิร์นผิวรอบนอกพอสุก
แต่ไว้ด้านในให้ดิบ ราดด้วยซอสหวานสไตล์ญี่ปุ่น
มาพร้อมกับหน่อไม้ฝรั่งย่าง กินแล้วสดชื่นครับ

Shrimp Quesadilla 295.-
เกซดิย่ากุ้ง กินเปล่า ๆ ก็อร่อย
จิ้มทาทาร์กับซัลซ่าก็ยิ่งอร่อยลงตัว 

Hummus-spinach dip 275.-
ขนมปังพาเมซานชีสอบกรอบ มากับเครื่องจิ้ม 3 แบบ
ทั้งแบบผักโขมอบชีส แอนโชวีปรุงรส
และแบบเนื้อปลาผสมครีม 

Gambas and bacon 295.-
กุ้งพันเบคอนทอด กินกับซัลซ่าสับปะรด 
ได้ความอร่อยจากทะเลและบนบก

Goats Cheese tart 325.-
ทาร์ตชีสนมแพะ เข้มข้นมาก อร่อยมาก
กินกับผักสลัดเข้ากันกำลังดี

Spanish Pork meatballs 250.-
มีทบอลหมูสไตล์สเปน มาในซอสมะเขือรสเผ็ดเข้มข้น
กินกับขนมปังกระเทียมกรอบ ๆ 

Fiery Chicken wings 275.-
ปีกไก่ทอดกรอบนอกนุ่มใน
ราดซอสรสเข้มข้นและอร่อย ติดใจแน่ ๆ 

Mini Burgers 325.-
แฮมเบอเกอร์ไซซ์มินิ มา 3 ไส้
- บลูชีสเบอเกอร์ เข้มข้นรสชีสกับเนื้อ
- เบคอนชีสเบอเกอร์ เบคอนกรอบเข้ากันกับเนื้อ
- กิมจิเบอเกอร์ แนวเกาหลีครับตัวนี้
เสิร์ฟพร้อมกับมันฝรั่งทอดหั่นชิ้นใหญ่ 

Spiced Calamari 225.-
ปลาหมึกหั่นเป็นวง ๆ ชุบแป้งทอดกรอบกริ๊บ
จิ้มทาทาร์ซอสรสเปรี้ยว เคี้ยวเพลิน มีเบิ้ลครับ 

Steamed Mussels 325.-
หอยแมลงภู่อบครีมซอสไวน์ขาวเข้มข้น
ด้วยรสชาติซอสหอมมันเข้ากันได้ดีกับ
รสเค็มนิด ๆ ของหอยแมลงภู่ 

Cheese platter 425.-
จานรวมชีส Goats Cheese, Blue Cheese,
Cheddar Cheese และ Brie มีขนมปังกรอบมาด้วย 

Parma ham & melon 350.-
พาร์ม่าแฮมกลิ่นดีมาก รสเค็มกำลังกลมกล่อม
กินกับเมลอนอย่างดี เลือกมาได้กรอบหวาน
เข้ากับพาร์ม่าแฮมมาก ๆ

Baked Scallops 275.-
หอยเชลล์ตัวใหญ่อบโรยดว้ยแฮมกรอบ
แต่งรสด้วยซอสมะนาว เป็นอีกจานที่กินแล้วสดชื่น
และหมดเร็วมาก ๆ 555 

Herb crusted lamb chop 425.-
ซี่โครงแกะหมักเครื่องเทศนำไปทอด 
ให้ผิวนอกกรอบ เนื้อด้านในนุ่มแบบมีเดียมแรร์
เนื้อแกะรสจัดกินกับซัลซ่า และสลัดผักใบเขียวอร่อยเลย

มาดูกันที่เครื่องดื่มกันบ้าง มีค็อกเทลให้เลือก
หลากหลายชนิด ทั้งตัวเมนูของ MOJJO เอง

และตัว Classic ทั่วไปครับ เริ่มด้วยเมนู MOJJO กัน

RUBY 370.-
base ด้วยว๊อดก้า ไซรัป น้ำแครนเบอร์รี่
และสตอเบอร์รี่พิวเร่ ตัวนี้น่าจะเบาสุดครับ

MOJJO'S MARGARITA 380.-
base ด้วยตากีล่า ตามด้วยน้ำมะนาว ไข่ขาว
ทริปเปิลเซ็ค bitter ไซรับและซินนามอน(อบเชย) 

SWEET MESTIZOS 320.-
base ด้วยรัม ตามด้วยวนิลาไซรับ พีชและน้ำส้ม 

BULLEIT TRAIN 370.-
base ด้วยเบอร์เบิ้น
ตามด้วยวนิลาไซรัป, bitter และส้มฝาน 

DUCHESS OF BANGKOK 320.-
base ด้วย Gin สดชื่นด้วยแตงกวาและน้ำมะนาว
ให้สีสวยด้วย Red Ruby ไซรัป ให้ความเป็นไทย ๆ
สมชื่อบางกอก

CARAMEL MOJJO 380.-
base ด้วยซิงเกิ้ลมอลท์ 12 ปี ตามด้วยบัตเตอร์สก็อต
น้ำเชอร์รี่และคาราเมลไซรัป

SWEET SMOKE 380.-
base ด้วยวิสกี้ ผสมน้ำมะนาว คาราเมลไซรัป
บลูเบอร์รี่ไซรัป ไข่ขาวและ bitter 

CATCHER IN THE RYE 360.-
base ด้วยวิสกี้และบรั่นดีเชอร์รี่
แต่งกลิ่นเครมบูเล่ มีกลิ่นโป๊ยกั๊ก(ยี่หร่า) และมะนาวสด

INTO THE WILD 320.-
base ด้วยรัม ตามด้วยเบอร์รี่ไซรัป กล้วย
น้ำมะนาวสดและสตอเบอร์รี่

Caipirinha 290.-
ค็อกเทลสุดคลาสสิคสัญชาติบราซิล
คาอิปิริญ่า ใช้คาชาช่าที่ผลิตจากอ้อยเป็นตัวหลัก
เปรี้ยวนำด้วยมะนาว สดชื่นมาก เป็นค็อกเทล
ที่ไม่ซับซ้อน ดื่มง่าย ส่วนตัวชอบค็อกเทลแบบนี้ครับ 

Alamos, Malbec, Mendoza, ARG 370.-/แก้ว
ไวน์แดงอาร์เจนติน่าแก้วนี้ บอดี้ปานกลาง
ไม่ฝาด กลิ่นหอมฟรุตตี้กำลังดี  กินกับพาร์ม่าแฮมและเมลอน

Summer Solstice Pale Ale 330.-
คาร์ฟเบียร์อเมริกัน เนื้อครีมหอมคาราเมล
Hazelnut Brown Ale 340.-
คาร์ฟเบียร์อเมริกันอีกตัว ที่เนื้อครีมหอมกาแฟ

ส่วนตัวชอบขวดนี้มากกว่าครับ 

Corona 280.-
เบียร์เม็กซิกันชน ใส่มะนาวรสจี๊ดจ๊าดซ่าสดชื่น

ปิดท้ายกันด้วยแก้วนี้
Singleton 18 Years 460.-/แก้ว
ซิงเกิ้ลมอลท์บ่ม 18 ปี สุดนุ่มจากสก็อตแลนด์
หอมละมุม จิบออนเดอะร็อค หวานชื่นใจ

เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา
17.00 - 02.00 น.

สำรองโต๊ะและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
โทร.02 011 1111

#OnTable #ontcublogspotcom #ontcu
#foodphotographer #foodphoto
#foodblog #foodblogger
#foodreview #food #blogger
#thaiblogger
#foodpinterest
#AllStyleThaiBloggers
#MOJJOLoungeBar
#CompassSkyviewHotel
#cocktail #Drink #Dine #Music

วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2558

GODFATHER BKK

รีวิวนี้ เน้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กันนะครับ
และยังคงเป็นงานต่อเนื่องกับ Exclusive Dinner
กับ Openrice Thailand กับการมาเยือนร้าน
GODFATHER BKK เพื่อทำการเทสต์ไวน์กันครับ


GODFATHER BKK ตั้งอยู่ที่ชั้น 4 Central Embassy
เป็นร้านขายไวน์ วิสกี้ ซิการ์ ชั้นดีนำเข้าจากทั่วทุกมุมโลก
ซึ่งเดินลงมาจาก Water Library Brasserie เพียงชั้นเดียว
เรียกได้ว่า ถ้าทานอาหารพร้อมกับดื่มแล้วติดลมล่ะก็
ลงมาซื้อไวน์ วิสกี้ ซิการ์ติดมือกลับบ้าน
ไปซัดกันต่อได้ง่าย ๆ เลยครับ


 
 

วันที่เทสต์ไวน์นั้น ทาง GODFATHER BKK
โดยคุณเอ ตัวแทนคนสวยของร้าน
และคุณตั้ม Sommelier/ซอมเมอร์ลิเย่ย์
ดีกรีระดับแชมป์ประเทศไทย จาก The Capital
by Water Library ที่มาให้ความรู้
 

ได้จัดห้องพิเศษด้านหลังร้าน ไว้ให้พวกผม
ได้เรียบรู้และดื่มด่ำไปกับศาสตร์-ศิลป์
ของรสชาติ กลิ่น และสัมผัสต่าง ๆ ของไวน์แต่ละตัว
กันอย่างเป็นส่วนตัวกันเลยครับ
ซึ่งปกติห้องนี้ใคร ๆ ก็สามารถจองใช้ได้
เพียงแค่มียอดซื้อ 10,000 บาทขึ้นไปเท่านั้นเอง
แต่ต้องจองล่วงหน้า 1 วันนะครับ

สำหรับค่ำคืนที่เทสต์ไวน์กันนั้น มีไวน์ให้เทสต์ถึง 5 ตัวด้วยกัน
เป็น Prosecco (สปาร์คกลิ้งไวน์) 1 ตัว
ไวน์ขาว 2 ตัว และ ไวน์แดง 2 ตัวครับ
ซึ่งแต่ละตัวก็มีรสชาติ กลิ่น สัมผัสแตกต่างกันไป
ตามแหล่งกำเนิดของไวน์ครับ ซึ่งผมคงจะไม่เจาะลงรายละเอียด
ลึก ๆ ว่าแต่ละตัวมีที่มาที่ไปอย่างไร รสชาติดีไม่ดีอย่างไร
เพราะสิ่งเหล่านี้ แล้วแต่รสนิยมความชอบส่วนตัวของแต่ละคน
จะไม่เหมือนกัน ผมเพียงแต่จะบอกข้อมูลคร่าว ๆ ว่า
แต่ละตัว มีรสแบบไหน กลิ่นแบบไหนก็แล้วกันครับ
ส่วนที่เหลืออยากให้ไปลองเองที่ร้าน GODFATHER BKK กัน


*ข้อแนะนำ*
การเทสต์ไวน์ เทสเตอร์ที่ดีต้องโฟกัสกับองค์ประกอบ
5 อย่างที่สำคัญ ๆ ด้วยกันครับ คือ
1.Acidity(กรด-ความเปรี้ยว) 2.Tannin(ความฝาด)
3.Residual Sugar(ความหวานที่หลงเหลือ/ดราย)
4.Alcohol(ปริมาณแอลกอฮอล์) 5.Finish(กลิ่นรสสุดท้าย)
แต่อย่างไรก็ดี องค์ประกอบพวกนี้ก็ไว้ประดับความรู้
พูดคุยกันกับคอไวน์ด้วยกัน แต่ขวดไหนที่เราชิมแล้วชอบ
ถูกรส ถูกปาก ก็ไม่ต้องสนใจเท่าไหร่หรอกนะครับ
แค่ดื่มแล้วมีความสุขก่อนก็เพียงพอแล้วครับ



เริ่มจาก Giusti Prosecco Millesimato 2012, Italy
ที่แสนสดชื่น มีบอดี้กลาง ๆ ออกไปทางดรายหน่อยครับ
Prosecco หรือสปาร์คกลิ้งไวน์ จากอิตาลีตัวนี้นั้น
เหมาะกับการจับคู่กับอาหารประเภท เนื้อปลา(ทูน่า/แซลมอน)
หอยเชลล์ หรือพวกอาหารขบเคี้ยวเบา ๆ ต่าง ๆ เช่น
แครกเกอร์กับคาร์เวียร์ เป็นต้นครับ



ต่อกันกับขวดที่ 2 เป็นไวน์ขาวตัวแรกครับ กับ
Shaky Ground Marlborough Sauvignon Blanc 2013,
New Zealand 
ตัวนี้กลิ่นผลฝรั่งนำมา ด้วยตัวนี้ผมไม่ชอบฝรั่งเป็นทุนเดิม
เลยไม่ค่อยได้สนใจชิมครับ แต่โดยรวมก็ดื่มง่ายครับไวน์ขาว


ขวดที่ 3 ไวน์ขาวตัวที่ 2 กับ
Layer Cake Virgin Chardonney – Central Coast 2009,
America
ขวดนี้เป็นชาดอนเน่ต์ 100% นอกเหนือจากความเป็นองุ่นแล้ว
ยังได้รสชาติและกลิ่นของพืชผลไม้ต่าง ๆ เช่น แพร์, เลมอน,
เฮเซลนัท เป็นต้น เหมาะกับอาหารทะเลหรือเนื้อไก่ครับ


ระหว่างเทสต์นั้น ก่อนจะเปลี่ยนไปชิมไวน์ขวดต่าง ๆ
ก็ควรจะดื่มน้ำแร่เพื่อเป็นการปรับสมดุลย์ของลิ้น
และภายในปากก่อนครับ

ต่อกันกับขวดที่ 4 ไวน์แดงตัวแรก กับ
Casas Patronaies ‘Chucaro’ Carmenere 2012, Chile
สีแดงอมม่วง กลิ่นผลไม้ป่ากับเครื่องเทศมาเต็ม
พร้อมกับองุ่น 100% คามิแนร์ เหมาะกับอาหารจำพวกพาสต้า
ชีสต่าง ๆ และอาหารที่มีรสจัดนิดหน่อยครับ


ขวดที่ 5 ไวน์แดงตัวที่ 2 กับ
Peppercorn Lane Shiraz 2010, Australia
ขวดนี้เห็นชื่อก็พอรู้เลยว่าปลูกกันละแวกไหนนะครับ
เป็นองุ่นพันธุ์ชีราส ครับ รสชาติถูกปากผมทีเดียว
เหมาะกับอาหารจานเนื้อแดงเลยครับ ด้วยบอดี้พอสมควร
รสเปรี้ยวปานกลาง หวานไม่มากแต่รสชาติสุดท้ายดี


สุดท้ายทางร้าน GODFATHER BKK ได้เปิดไวน์แดงขวดพิเศษ
กับ REFERENCE BOOK, Napa Valley
ที่มีเฉพาะที่ร้าน GODFATHER BKK
และร้านอาหาร Water Library เท่านั้น
ให้ได้ลองชิมครับ เพราะเป็นตัวที่ทาง Owner เป็นคน
ไปกำกับการปรุงไวน์เองเลยครับ รสชาติดีทีเดียวครับ
เป็นการจบความอิ่มหนำในการชิมไวน์ต่าง ๆ กันเลยครับ
สำหรับค่ำคืนนี้ ที่ได้ปิดท้ายด้วยไวน์ชั้นดีอีกตัวนึงครับ


สรุปได้ว่า GODFATHER BKK เป็นร้านไวน์ วิสกี้ ซิการ์
ในห้างหรูแต่ราคาพิเศษ มีผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำแนะนำ
ในการเลือกซื้อ บรรยากาศภายในร้านเลิศ มีสินค้า
ให้เลือกหลากหลาย  สะดวกสบายในการเดินทาง
และช็อปปิ้งต่อได้เลยครับ



ผมเลยโดนไปซะ 4 ขวดเลยครับ 555

สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
GODFATHER BKK
ชั้น 4 Central Embassy
เวลาเปิด-ปิด : 10.00-22.00 น.
โทร : 081-720-1444
https://www.facebook.com/godfatherbkk

ขอให้มีความสุขกับการดื่มด่ำไวน์ดี ๆ กับอาหารดี ๆ
ตลอดไปนะครับ