พื้นที่โฆษณาส่วนหัว

พื้นที่โฆษณาส่วนหัว
ติดต่อโฆษณา โทร.086 6688 327

วันจันทร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2560

Summer Palace ห้องอาหารจีนสไตล์แท้ ๆ อร่อยสุด ๆ

รีวิวนี้พามาอิ่มอร่อยกับอาหารจีน ณ
ซัมเมอร์ พาเลซ ห้องอาหารจีนตำรับกวางตุ้งแท้ ๆ
แห่งเดียวในกรุงเทพฯ
ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนทัล กรุงเทพฯ

ขึ้นมายังชั้น 2 ที่เป็นที่ตั้งของ
ห้องอาหารจีน Summer Palace

โปรโมชั่นติ่มซำ
และเทศกาลขนมไหว้พระจันทร์ที่หน้าห้องอาหาร


ทางเข้าห้องอาหารโอ่โถง สมชื่อ Summer Palace
 
 บริเวณส่วนที่นั่งพักผ่อนด้านหน้า หรูหรา


พื้นที่และโต๊ะโดยรวม จัดได้ระยะกำลังดี
ไม่ห่างและไม่ชิดกันจนเกินไป


ของตกแต่งภายในห้องอาหาร
มาจากหลายยุค หลายราชวงศ์ 


โต๊ะในห้อง VIP ที่ใหญ่ที่สุด
รองรับลูกค้าได้มากถึง 20 คน
อุปกรณ์บนโต๊ะอาหาร
และภาชนะที่ใช้คุณภาพดี

เมนูติ่มซำบุฟเฟ่ต์ All You Can Eat
โดยรายการอาหารนั้นมีให้เลือกมากมาย
ทั้งคาวและหวานรวมกว่า 100 รายการ
สำหรับเมนู A la carte และกว่า 30 ชนิด
กับบุฟเฟ่ต์ติ่มซำ All you can eat
วันนี้เลือกดื่มเป็นน้ำเก็กฮวยเย็น
จะไม่ได้ทำแบบหวานมา จะมีน้ำเชื่อม
มาให้ใส่เพิ่มความหวานแล้วแต่ชอบเองครับ

สำหรับวันนี้ได้ลองชิมเมนูติ่มซำ
และเมนู A la carte หลายเมนู เช่น
ขนมจีบหมูไข่กุ้ง, ฟวั่นโก๋แต้จิ๋ว,
พายหมูแดงอบชีส, ฮะเก๋ากุ้ง,
เกี้ยวหยกทะเล สำหรับติ่มซำ
กุ้งแก้วทอดซอสวาซาบิ,
เป็ดปักกิ่ง(เนื้อเป็ดผัดพริกไทยดำ),
ซุปเสี่ยวหลงเปา, เนื้อไก่ทอดผัดพริกเสฉวน,
เต้าหู้สองสีทะเล,
มะเขือเทศตุ๋นไข่ตะวันทรงเครื่อง,
ปลาหิมะนึ่งกานาฉ่าย
ส่วนของหวานเป็น
สาคูไอศครีมซอสมะม่วง

ขนมจีบหมูหน้าไข่กุ้ง
เนื้อหมูแน่นแต่ฉ่ำเต็มลูก
โรยหน้าด้วยไข่กุ้งเพิ่มความเค็ม ๆ มัน ๆ
เมนูยอดฮิตที่เด็กกินดี ผู้ใหญ่กินอร่อย 



ฟวั่นโก๋แต้จิ๋ว
แป้งใสดี ไส้หมูผัดได้อร่อย
มีความกรุบกรอบของผักอีกด้วย

 

ฮะเก๋ากุ้ง
เนื้อกุ้งอัดแน่นเต็มชิ้นในแป้งบาง ๆ ใส ๆ
รสชาติดี กินเพลินมาก

 

เกี๊ยวหยกทะเล
เป็นติ่มซำที่ชอบที่สุดในมื้อนี้
รสชาติจัด ชัดเจน และกลมกล่อม
ทั้งเค็ม หวาน มันและหอมมาในชิ้นเดียว
ไส้ที่เป็นกุ้งและปู ยิ่งทำให้รู้สึกฟินไปอีก



พายหมูแดงอบชีส
แป้งพายกรอบร่วนดี ไส้หมูแดงก็รสจัดจ้าน
เข้ากับกับชีสที่อบเกรียมกรอบอยู่ด้านบน


กุ้งแก้วทอดซอสวาซาบิ
กุ้งแชบ๊วยขนาดใหญ่ ทอดแบบผ่านน้ำมัน
สุกกำลังดี เนื้อเด้งกรอบ ราดซอสวาซาบิ
ที่ปรุงรสได้กลมกล่อม มีการใส่พารส์ลี่ย์สับ
ลงไปแต่งสีและลดความแรงของวาซาบิ
ให้ไปกันได้ดีกับกุ้งทอด และมะม่วงสุกรสหวาน
เป็นจานที่ลงตัวมาก ๆ อีก 1 จาน 




ซุปเสี่ยวหลงเปา
น้ำซุปที่ทำจากยอดซุป ด้วยวัตถุดิบชั้นยอด
ไม่ว่าจะเป็นจาก แฮมยูนนาน กระเพาะปลาสด
กังป๋วยและเครื่องยาจีนนานาชนิด
เคี่ยวแล้วกรองให้ได้สีทองใส รสชาติกลมกล่อม
สำหรับตัวเสี่ยวหลงเปา ภายในเป็นน้ำซุปรสเข้ม
อีกรสชาติ มีความอร่อยในตัวเองแต่ก็เข้ากันได้ดี
กับยอดซุป พร้อม ๆ กับเครื่องที่มาด้วยกัน
อย่างกังป๋วย(หอยเชลล์แห้ง) เห็ดหอม
เยื่อไผ่และผักบ็อคชอย

 
เป็ดปักกิ่ง
ทางห้องอาหารเลือกใช้เป็ดเชอร์รี่ไซซ์ใหญ่
หนังเต่งตึงกรอบมาก ๆ และรสชาติดีมากเช่นกัน 


พนักงานทำการแล่หนังเป็ด
ออกเป็นชิ้น ๆ แล้วทำการแล่แต่งเอามัน
ที่ติดหนังออกอีก ทำให้หนังเป็ดกรอบนาน
และไม่ต้องได้ไขมันที่ติดมามากเกินไปด้วย


เป็ดปักกิ่ง 1 ตัวแล่ได้ 20 ชิ้น
เสิร์ฟขึ้นโต๊ะพร้อมแผ่นแป้ง ซอสหวาน
แตงกวา ต้นหอมซอยและพริกแดง 


ความอร่อย กรอบ ของหนังเป็ด
ซอสหวานที่ละเลงก็หวานกำลังดี
ทำให้กินแล้วแทบจะหยุดไม่ได้จริง ๆ

 
เนื้อเป็ดผัดพริกไทยดำ
เมนูที่นำเนื้อของเป็ดปักกิ่งมาปรุง
รสชาติเผ็ดร้อนของพริกไทยดำ รสชาติซอสผัด
รวมถึงกลิ่นพริกไทย ทำให้เนื้อเป็ดอร่อยมากยิ่งขึ้น 



เต้าหู้สองสีทะเล (เมนูใหม่เร็ว ๆนี้)
การผสมผสานของเต้าหู้นึ่งและเต้าหู้ทอด
ราดด้วยเครื่องผัดกึ่งเจี๋ยนสีเหลือง

ด้วยแครอทต้มสต็อกไก่ แฮมยูนนาน ฯ
ใส่เนื้อปูและหอยเชลล์ ให้ความอร่อย
ของอาหารทะเลลงไปในจานนี้ 


เนื้อไก่ทอดผัดพริกเสฉวน
เนื้อไก่ชิ้นพอดีคำส่วนสะโพกทอดให้กรอบนอก
นุ่มใน ด้วยแป้งปรุงรสให้เผ็ดและซ่าบาง ๆ
กินพร้อมกับใบกะหรี่และพริกแห้งทอด
ให้ความกรอบ เค็ม มัน อร่อย เหมาะเป็นกับแกล้มชั้นดี 



มะเขือเทศตุ๋นไข่ตะวันทรงเครื่อง
เมนูเสิร์ฟร้อนในหม้อดิน ด้วยการทำมะเขือเทศเชอร์รี่
ตุ๋นกับกุ้งแห้งฮ่องกงตัวใหญ่ ๆ เห็ดหูหนูดำ
กระเทียมทอด แล้วตอกไข่ดิบลงด้านบน
นำมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน ได้รสชาติสดชื่น เปรี่ยว หวาน
ของมะเขือเทศและเครื่องต่าง ๆ อย่างลงตัว 




ปลาหิมะนึ่งกานาฉ่าย
เนื้อปลาหิมะ ตัดชิ้นใหญ่และหนา
รองด้วยมะเขือม่วง นึึ่งกับน้ำซีอิ๊วรสกลมกล่อม
หวานเค็มและชุ่มคอด้วยหล่อฮั้งก้วย
วางกานาฉ่ายรสเค็มเปรี้ยวด้านบน
เป็นอีกจานที่ประทับใจในการผสมผสาน
วัตถุดิบเข้าด้วยกัน อร่อยจริง ๆ
กินกับคะน้าฮ่องกงและกระเทียมทอดยิ่งลงตัว 



สาคูไอศกรีมซอสมะม่วง
ของหวานสุดเจ๋งของร้านอาหารจีนอีก 1 อย่างเลย
เป็นไอศกรีมมะพร้าว สาคู ผลไม้สดอย่างสตอเบอร์รี่
แก้วมังกรและมะม่วงสุุก จัดใส่ลงในลูกมะพร้าว
แล้วราดด้วยซอสมะม่วงและน้ำมะพร้าวน้ำหอม
ทุกอย่างลงตัว ทั้งความเย็นของไอศกรีม
ความสดชื่นของน้ำมะพร้าว ซอสมะม่วงและผลไม้


เชฟหาน หลง หัว
หัวหน้าเชฟอาหารจีน ห้องอาหารซัมเมอร์ พาเลซ
โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ

"เชฟ หาน หลง หัว เติบโตที่มณฑลไหหนาน
สาธารณรัฐประชาชนจีน ด้วยความหลงไหล
ในการทำอาหาร เชฟหานได้ร่ำเรียนฝึกฝีมือ
ในการทำอาหารจีนมาอย่างยาวนานจนเป็นที่ยอมรับ
ในฝีมือการทำอาหารจีนที่มีเอกลักษณ์จนได้มีโอกาส
ไปร่วมงานกับห้องอาหารที่มีชื่อเสียงและโรงแรมชั้นนำ
ของประเทศจีนมาอย่างโชกโชนจนเป็นที่ยอมรับ
อย่างกว้างขวาง และเชฟก็ยังคงหาความท้าทาย
ครั้งใหม่ในการเดินทางไปเผยแพร่อาหารจีน
ยังต่างประเทศ ที่โรงแรมโฟร์ ซีซั่น
ณ ประเทศอียิปต์ เป็นต้น
เชฟหาน หลง หัว มีโอกาสได้เดินทางมาทำงาน
ที่ประเทศไทยกับโรงแรมชั้นนำของไทย อาทิ
โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ เชียงใหม่ และ
แมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ
ก่อนที่จะมาร่วมงานกับห้องอาหารซัมเมอร์ พาเลซ
โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯในปัจจุบัน"

จากฝีมือของเชฟหาน หลง หัว
หัวหน้าพ่อครัวห้องอาหารจีน
เรียกได้ว่า รสชาติดีแบบกวางตุ้งจัดเต็ม
ของความกลมกล่อมทางรสชาติที่เข้ากันได้ดี
อย่างยิ่งกับวัตถุดิบสดใหม่ ผ่านการปรุง
ด้วยความพิถีพิถัน ไม่ว่าจะเป็นการผัด ทอด
นึ่ง ต้ม ตุ๋น จนไปถึงการจัดจาน พรีเซ็นต์ออกมา
ได้อย่างสวยงามอีกด้วย
ทำให้เป็นอีก 1 ห้องอาหารจีน
ที่พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง
สำหรับ ห้องอาหารซัมเมอร์ พาเลซ แห่งนี้

ห้องอาหารซัมเมอร์ พาเลซตั้งอยู่ที่ชั้น M
ของตัวโรงแรมครับ รองรับลูกค้าได้มากถึง
250 คน และมีห้องส่วนตัวที่รองรับลูกค้า
ได้ 8 ถึง 20 คน เรียกได้ว่าใหญ่มากเลยทีเดียว

เปิดให้บริการทุกวัน
มื้อกลางวัน เวลา 11:30-14:30 น.
[ซึ่งมีบริการบุฟเฟ่ต์ติ่มซำ ราคา 800++ บาท (จ.-ศ.)
และ ราคา 1,150++ บาท (ส.-อา.)นอกเหนือจากเมนูปกติ]
มื้อค่ำ เวลา 18:30-22:30 น.

สนใจสำรองโต๊ะและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Tel : 02 656 0444 ต่อ 6434
E-mail : summerpalace@ihgbangkok.com
fb : InterContinentalBangkok

สามารถชมคลิปความอร่อยได้ที่
https://youtu.be/_g28yvCDcD0
อย่าลืมกด Subscribe+Like+Share กันนะครับ


#OnTable #ontcublogspotcom #ontcu
#foodphotographer #foodphoto #foodblog
#foodblogger #foodreview #food #blogger
#thaiblogger #foodpinterest
#AllStyleThaiBloggers
#SummerPalace #IntercontinentalBangkok
#ChineseFood #CantoneseCuisine

วันอังคารที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2560

22 Kitchen & Bar with 1 Michelin Star Guest Chef Hervé Rodriguez


ค่ำคืนที่ผ่านมา ผมมาอยู่บนชั้นสูงสุด
ของโรงแรมที่ขึ้นชื่อว่าดีที่สุดในประเทศไทยอีก 1 แห่ง
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของที่พัก การบริการ และอาหารการกิน

ห้องอาหาร 22 Kitchen & Bar
อยู่บนชั้น 22 ของโรงแรม ที่ซึ่งครั้งหนึ่ง
ก็เคยเป็นชั้นสูงที่สุดของโรงแรมในประเทศไทย

มาอยู่กัน ณ ชั้น 22 ของโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ
กับห้องอาหาร 22 Kitchen & Bar​
และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 48 ปีของโรงแรม
คืนนี้ได้มาประเดิมความอร่อยก่อนงานจริง
เพราะตั้งแต่วันที่ 6-8 กันยายน 2560 นี้
จะได้ลองลิ้มชิมรสฝีมือ เชฟระดับมิชลินสตาร์ 1 ดาว
เชฟแอร์เว่ โรดริเกซ ที่จะนำเสนออาหารฝรั่งเศสสุดหรู
ด้วยฝีมือการคัดเลือกวัตถุดิบคุณภาพชั้นดี
ทั้งในและต่างประเทศ มาทำเมนูซิกเนเจอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ
ที่มีสีสันสวยงามและ โดดเด่นในรสชาติ
ที่มีกลิ่นอายของฝรั่งเศส สเปน และตะวันออกได้อย่างลงตัว
กับคอร์สอาหารสุดหรูในราคาจับต้องได้ตามราคาด้านล่างนี้


มื้อกลางวัน (4 คอร์ส)
ราคาท่านละ 1,950 บาท++
สมาชิกดุสิตโกลด์ราคาท่านละ 1,750 บาท++
และจับคู่กับไวน์ ราคาท่านละ 1,150 บาท++

มื้อค่ำ (6 คอร์ส)
ราคาท่านละ 3,750 บาท++
สมาชิกดุสิตโกลด์ราคาท่านละ 3,550 บาท++
และจับคู่กับไวน์ ราคาท่านละ 1,450 บาท++

ส่วนใครที่ชื่นชอบขนมปังฝรั่งเศสและชีสก็ไม่ควรพลาด
ค่ำคืนแห่งไวน์ ชีส และขนมปัง
ราคาท่านละ 899 บาท++
สมาชิกดุสิตโกลด์ราคาท่านละ 699 บาท++

บรรยากาศห้องอาหารค่อนข้างจะสบาย ๆ ดูเป็นกันเอง
ทั้งด้วยโทนสีและการตกแต่ง 

เข้ามาก็จะพบกับ Bar ที่มีเครื่องดื่มมากมาย
มี Bartender มากประสบการณ์
คอยแนะนำเครื่องดื่มที่เหมาะสมให้กับทุกคน 

ไฟตกแต่งก็มีความโมเดิร์นแฝงอยู่

มุมโต๊ะอาหารจะมีทั้งแบบสไตล์ห้องนั่งเล่นดูสบายตามาก ๆ 

มุมวิวริมกระจก ที่สามารถมองวิวได้ในแบบพาโนรามา

สามารถชมวิวสวนลุมพินี ถนนพระราม 4 และถนนราชดำริได้
กับเก้าอี้ที่มีลูกเล่น มีขาเหมือนเก้าอี้โยกน้อย ๆ ได้เพลินกับการนั่งไป
จิบเครื่องดื่ม ทานอาหาร ชมวิว และพูดคุยกับผู้ร่วมโต๊ะ
โต๊ะแบบเป็นทางการขึ้นมาก็มีให้เลือกครับ

หากมากันเป็นกลุ่ม มุมโซฟาก็ดูจะเหมาะสุด ๆ 

มุมโซฟามีหมอนอิงนุ่ม ๆ ให้กอด ให้พิงด้วยนะ 

แต่ถ้าซีเรียสและต้องการความเป็นส่วนตัว
แนะนำมุมนี้ที่มีฉากม่านปิดได้เลยครับ 

วิวแยกศาลาแดงจากห้องอาหาร

วิวสวนลุมพินี ถนนพระราม 4 และถนนราชดำริ
จากห้องอาหาร ยามเย็นแบบนี้หนีรถติด
ขึ้นมากินอาหารไปชมวิวไปดีกว่านะ

สำหรับอุปกรณ์บนโตีะอาหาร
ก็จะเป็นอุปกรณ์มาตรฐานทั่วไปแต่คุณภาพดี

Executive Chef Philippe Keller 
เชฟฟิลิปป์ เคลเลอร์ หัวหน้าพ่อครัวใหญ่
โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ออกมาทักทายพูดคุย อย่างเป็นกันเอง

ระหว่างรอการเตรียมตัวของเชฟแอร์เว่
ได้มีโอกาสลองเครื่องดื่ม signature
ของทางห้องอาหารเล็กน้อยครับ "Mojito"
*ภาพถ่ายเพื่อประกอบการรีวิวห้องอาหาร
ไม่ได้มีเจตนาชักชวนให้ดื่มแต่อย่างใด

"Raspberry Tickle"
*ภาพถ่ายเพื่อประกอบการรีวิวห้องอาหาร
ไม่ได้มีเจตนาชักชวนให้ดื่มแต่อย่างใด 

"Pacific Rum"
*ภาพถ่ายเพื่อประกอบการรีวิวห้องอาหาร
ไม่ได้มีเจตนาชักชวนให้ดื่มแต่อย่างใด

"Passionate Thunderball"
*ภาพถ่ายเพื่อประกอบการรีวิวห้องอาหาร

ไม่ได้มีเจตนาชักชวนให้ดื่มแต่อย่างใด

ก่อนเริ่มมื้ออาหาร จะมีขนมปังโฮมเมด
สูตรของทางห้องอาหารเองทั้ง ขนมปังฝรั่งเศส
และขนมปังหวาน เสิร์ฟมาพร้อมกับ Butter milk 

เนื้อขนมปังนุ่ม หวาน ในตัว อร่อยอยู่แล้ว
แต่พอทา Butter milk เพิ่มเข้าไป
ความอร่อยที่แตกต่างออกไป ทำให้ชวนกิน
ขนมปังได้มากขึ้น มากขึ้นอีกครับ

มาดูกันครับว่า ตัวอย่างอาหารในคอร์ส
ที่ได้ลอง มีทั้งจากในมื้อกลางวัน
และมื้อค่ำมาให้ได้ลอง
(แอบบอกเลยว่าเชฟเพิ่งลงจากเครื่องมาเลย)
จะหน้าตาแบบไหนและรสชาติเป็นอย่างไร
กับฝีมือของเชฟระดับมิชลินสตาร์ 1 ดาว
เชฟแอร์เว่ โรดริเกซ เจ้าของห้องอาหารมาซ่า
กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ครับ

เชฟแอร์เว่ โรดริเกซ
เจ้าของห้องอาหารมาซ่า กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
เชฟระดับมิชลินสตาร์ 1 ดาว
ออกมาพูดคุยกันอย่างเป็นกันเอง สนุกสนานมาก 

จานแรกที่ได้ลอง
เป็นเมนูแรกจากคอร์สมื้อค่ำครับ
"Tuna sashimi, meli-melo bean with cherries" 

เชฟนำส่วนเนื้อแดงของปลาทูน่า แล่พอดีคำ
นำมาหมักมิรินในแบบญี่ปุ่น กินพร้อมกับเชอร์รี่
รสเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ เย็น ๆ ทำให้สดชื่น
ก่อนที่จะไปจานต่อไป เป็นการวอร์มอัพมื้อค่ำที่ดีทีเดียว

จานที่ 2 ที่ได้ลอง
เป็นเมนูแรกจากคอร์สมื้อกลางวันครับ
"Perfect eggs with pata negra"
เห็นจากการจัดเสิร์ฟมา รสชาติซับซ้อนแน่นอน 

หากจานทูน่าเป็นตัวที่เหมาะกับเปิดมื้อเย็น
จานนี้ก็ไม่ผิดอะไรที่จะเหมาะกับเปิดมื้อกลางวัน
ไข่ลวกกึ่งสุกกึ่งดิบซุกซ่อนตัวอยู่ใต้ซอสและ
เครื่องเคราต่าง ๆ เสิร์ฟมาในลักษณะพาร์เฟ่ต์
ไม่ว่าจะเป็นครูตองซ์กรอบ ๆ ชีสละมุน ๆ
โฟมรสเปรี้ยวจากวินิก้า และสุดยอดแฮม
pata negra ที่ทำจากขาหมูดำ

ถ้ากินแยก ๆ กันรสชาติจะโดดไปหน่อยนะครับ

แต่ถ้ารวมกันแล้วล่ะก็ จะได้รสชาติหอม มัน เค็ม เปรี้ยว
ของทุกองค์ประกอบในจานนี้ได้อย่างดีเลย
ถ้ามีขนมปังเหลืออยู่ แนะนำว่าปาดไปด้วยกินไปด้วย
อร่อยทีเดียวเชียว
*แนะนำให้ตีไข่ให้แตกแล้วคลุกเคล้าให้เข้ากันก่อนกิน

จานที่ 3 ที่ได้ลอง
เป็นเมนูที่ 2 ของคอร์สมื้อค่ำครับ
"Pan-fired duck liver, smoked eel,
coco from Paimpol and black ink" 

ฟัวกราส์ทอดบนกระทะได้ระดับความสุก
สำหรับผมเรียกได้ว่าเพอร์เฟคเลยล่ะ
ผิวด้านนอกสีคาราเมลสวยงาม มีความกรอบของผิว
ส่วนเนื้อในนั้นยังเป็นครีมมี่ละมุนมาก ๆ

เสิร์ฟพร้อมกับ ปลาไหลรมควันหอม ๆ เนื้อนุ่ม ๆ หนึบ ๆ
มากับถั่ว Paimpol ผัดปรุงรสและซอสหมึกดำ
ที่ทำการตกแต่งจานให้เป็นดั่งงานศิลปะ ก็รสชาติอร่อย
ไม่มีความคาวและเข้ากันกับถั่ว ปลาไหลและฟัวกราส์
จะกินแยกองค์ประกอบหรือกินรวมกันก็อร่อยทุกแบบ 

จานสุดท้ายที่ได้ลอง
เป็น 1 ในตัวเลือกจากเมนูจานหลักของคอร์สมื้อค่ำ
"Challans duck with sweet purple plums,
eggplants and black olives"

สุดยอดเนื้อเป็ด Challans duck ที่เชฟเลือกนำมาปรุง
จะมีหนังที่หอมอร่อย และเนื้อเป็ดที่มีความชุ่มฉ่ำสูง
ทำระดับความสุกเพียงกึ่งสุกกึ่งดิบให้ความนุ่มขีดสุด
เสิร์ฟพร้อมพลัมม่วงหวานและสลัดมะเขือม่วง
สับกับมะกอกดำ บนซอสสูตรพิเศษรสเปรี้ยวหวาน
ให้ความกลมกล่อมลงตัวสุด ๆ ประทับใจเลย

ในส่วนของของหวานนั้น ไม่เกี่ยวข้องกับคอร์ส
ของเชฟแอร์เว่ แต่เป็นของทางห้องอาหารเอง
เลยขอนำมาฝากไว้ให้ดูกันไว้เป็นตัวเลือกด้วยครับ
"The Coconut"
ซอร์เบทมะพร้าวในถ้วยช็อคโกแล็ต
เสิร์ฟพร้อมผลไม้และซอสเสาวรส

"Strawberry Teramisu"
สตอเบอร์รี่ ทีรามิสุ เสิร์ฟพร้อมถั่วอบหวาน
มาร์ชเมลโลและไอศกรีมโยเกิร์ตมะนาว 

"Chocolate Mousse Parfait"
มูสช็อคโกแล็ต มาร์ชเมลโล่ย่าง
และเกรแฮมแครกเกอร์ครัมเบิ้ล 

"California Cheese Cake"
ชีสเค้กสไตล์แคลิฟอร์เนีย คาโมมายล์
เสิร์ฟพร้อมข้าวโพดคั่วหวาน เบอร์รี่สดและซอสคาราเมล 

"Cinnamon-Sugar Churros"

ชูโรส เสิร์ฟพร้อมซอสคาราเมล

ปล.1 ของหวานในรีวิวนี้ จะไม่ได้อยู่ในคอร์ส
ของเชฟแอร์เว่ โรดริเกซ นะครับ
จะเป็นของหวานของห้องอาหาร
22 Kitchen & Bar ที่สั่งเพิ่มมาต่างหากครับ

ปล.2 เครื่องดื่ม ลงภาพกับชื่อ
แต่ไม่ขอบรรยายรายละเอียดเพื่อไม่ให้
เป็นการชักชวนให้ดื่มแอลกอฮอล์ครับ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองโต๊ะล่วงหน้าได้ที่
โทร : 02 200 9000 ต่อ 2345
อีเมลล์: dtbkdining@dusit.com
เว็บไซต์: www.dusit.com/dtbk,
www.facebook.com/dusitthani

#OnTable #ontcublogspotcom #ontcu
#foodphotographer #foodphoto #foodblog
#foodblogger #foodreview #food #blogger
#thaiblogger #foodpinterest
#AllStyleThaiBloggers
#22KitchenandBar #DusitThaniBangkok