พื้นที่โฆษณาส่วนหัว

พื้นที่โฆษณาส่วนหัว
ติดต่อโฆษณา โทร.086 6688 327
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ roof top แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ roof top แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

HOKKAIDO AUTUMN FEST 2017 at Dusit Thani Bangkok


ค่ำนี้ผมได้โอกาสมาลิ้มรสอาหารญี่ปุ่นแสนโอชะ
กับเทศกาลอาหารฮอกไกโด สุดพิเศษ
โดยโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ
ร่วมกับกลุ่มโรงแรมปริ๊น โฮเต็ล ประเทศญี่ปุ่น
จัดขึ้นมาเพื่อได้รู้ซึ้งถึงความละเมียดละไม
ของอาหารชุดพิเศษรสชาติต้นตำรับฮอกไกโดแท้ ๆ 
บนห้องอาหารสุดหรูชั้น 22 ของโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ
ห้องอาหาร 22 Kitchen & Bar


ด้วยฝีมือของ 3 มาสเตอร์เชฟที่บินตรงประเทศญี่ปุ่น ได้แก่
- เชฟชินอิจิ ฮานะบุสะเชฟที่มีความโดดเด่น
เรื่องศิลปะการจัดจาน
- เชฟฟุมิฮิโระ คะบะซาวะ ผู้ถูกยกย่องในพรสวรรค์
ด้านการรังสรรค์อาหารชุดแบบ "ไคเซกิ"
- เชฟทาคุยะ ชิบาตะ ยอดเชฟผู้เชี่ยวชาญการทำซูชิ
จะสุดยอดแค่ไหนติดตามชมกันได้เลยครับ

เชฟฮานะบุสะ, เชฟคะบะซาวะ และเชฟชิบาตะ
(เรียงลำดับจากซ้ายไปขวา)



เชฟได้ทำการสาธิตการทำซาซิมิและซูชิ



นอกจากนี้ยังมีการบรรเลงดนตรีจากเครื่องสาย
เก่าแก่ของญี่ปุ่นอย่าง "โคโตะ" ให้ฟังกันด้วย

และที่พลาดไม่ได้สำหรับเครื่องดื่มดี ๆ
กับอาหารดี ๆ โดยบาร์เทนเดอร์ที่มาจากญี่ปุ่นเช่นกัน
แก้วนี้ชื่อว่า "OTEMAE"

"OTEMAE" 280฿++ มีส่วนผสมของชาเขียว สาเก
น้ำเกรปฟรุ๊ตและไซรัป สดชื่น หอมละมุน

ในส่วนของอาหารจะเป็นในรูปแบบ "ไคเซกิ"
โดย Set Dinner ราคา 3,200฿++ ประกอบไปด้วย


Amuse : Hokkaido Cold Hairy Crab 
topped Steamed Egg Custard

ไข่ตุ๋นกับเนื้อปูขนฮอกไกโด
ซุปที่ใช้ตุ๋นไข่หอมดาชิที่ทำจากปลาคัตสึโอะแห้งมาก ๆ
เนื้อไข่เนียนสวย และเนื้อปูขนเยอะมาก ๆ เช่นกัน
กระชับรสด้วยวาซาบิสดเล็กน้อย เด็ดมากครับ

Appitizer : Five Appitizer of The Day
- Cheese sandwich with Hokkaido Scallops
- Herring Roe on Kelp from Hokkaido
with Amber Jelly
- Boiled Hokkai Shrimp
- Fried Ginkgo Nuts
- Steamed Duck Tosa-style

จานเรียกน้ำย่อย : 5 อย่างประจำวัน
แซนวิสหอยเชลล์ฮอกไกโดกับชีส
เชฟใช้หอยเชลล์แทนที่ขนมปังประกบกับชีสละมุน
จากฮอกไกโด อร่อยหวาน ๆ เค็ม ๆ มัน ๆ ในคำเดียว

ไข่ปลาเฮอร์ริ่งบนสาหร่ายเคลป์(ตระกูลเดียวกับคอมบุ)กับเยลลี่สีอำพัน
ไข่ปลาเค็ม ๆ มัน ๆ บนสาหร่ายกรุบและเยลลี่รสหวานเย็นสีเหลืองสวย
กับน้ำซุปหอม ๆ จากปลาคัตสึโอะแห้ง สดชื่นดีงามอีก 1 เมนู

กุ้งฮอกไกต้ม
เนื้อกุ้งหวานมันอร่อย เป็นอีก 1 สัมผัสจากกุ้งญี่ปุ่นที่ดีงาม
ต้มมาได้สุกพอดีไม่มากไม่น้อยเกินไป

เนื้อเป็ดนึ่ง โทซะสไตล์
เนื้อเป็ดนุ่มหนึบนึ่งแล้วพับเสิร์ฟมาในรูปแบบภาพพับของญี่ปุ่น
ยิ่งเคี้ยวนาน ๆ ยิ่งได้รสชาติที่กระจายออกมาจากเนื้อเป็ด

เมล็ดแปะก๊วยทอด
ทอดผ่านน้ำมันมาเบา ๆ แต่ไม่อมน้ำมัน
เก็บไส้ที่มีรสขมนิด ๆ ไว้ ทำให้ได้ตัดรสชาติ
เคลียร์ลิ้นให้พร้อมกับการรับรสในเมนูถัดไปได้ดี

Soup : Traditional Japanese Clear Soup
with Sea Urchin Wrapped with King Crab

ซุปใสเนื้อปูทาราบะห่อหอยเม่น
น้ำซุปดาชิที่ใช้สาหร่ายคอมบุเป็นหลัก
และใช้คัตสึโอะแห้งเติมกลิ่นเล็กน้อย มาพร้อมกับ
เนื้อปูทาราบะสอดไส้หอยเม่นด้านใน ต้มมาพอสุก
หอม หวาน ละมุนละไมกับหอยเม่นแบบสุกไปอีกแบบ

Sashimi : Tuna, Octopus, Spot Shrimp
ปลาดิบ 3 อย่าง อากามิ ทาโกะ และกุ้งสป็อต
เนื้อปลาทูน่าส่วนเนื้อแดง (อากามิ) สด ดีงาม หวานชุ่มฉ่ำ
หนวดปลาหมึกยักษ์ ผ่านน้ำร้อนน้ำเย็นเบา ๆ ให้รสเค็ม หนึบ
กุ้งสป็อต สด ๆ หวาน มัน เนื้อแน่นเด้งนิด ๆ สะใจ

Grilled Dish : Sautéed Autumn Salmon
from Hokkaido and Abalone with Butter

เนื้อปลาแซลมอนจากฮอกไกโดและเป๋าฮื้อทอดเนย
กลิ่นหอมเนย และผักสดกรอบที่ทอดมาอร่อยมาก
ตัวเป๋าฮื้อหนึบแน่น ๆ เคี้ยวเพลิดเพลิน
แต่เนื้อปลาสุกเกินไปนิดเดียวเท่านั้น ถ้าเนื้อปลา
ฉ่ำกว่านี้ หรือสุกน้อยกว่านี้จะดีงามสุด ๆ

Fried Dish : Snow Crab 
and Vegetable Tempura

เทมปุระขาปูหิมะ(ซูไว)และผัก
แป้งเทมปุระบาง ๆ กรอบ ๆ กับเนื้อปูซูไวหวาน ๆ
และผักอย่างมันหวานและใบชิโสะ/โอบะ(ใบงาญี่ปุ่น)
จิ้มน้ำจิ้มเทมปุระที่ผสมไช้เท้าขูดแล้วอร่อยเลิศครับ
และแป้งเทมปุระก็แทบจะไม่อมน้ำมันเลยด้วยล่ะ

Soba and Sushi
โซบะและซูชิ
ซูชิ 3 คำ ปลาแซลมอน(ซาเก) กุ้งหวาน(อามะเอบิ)
และไข่ปลาแซลอม(อิคุระ)



วัตถุดิบดีไม่มีที่ติ
เนื้อปลาแซลมอนหวานมัน กุ้งหวานก็หวานมันอร่อย
ไข่ปลาแซลมอนเม็ดเล็กมีรสเค็มนำนิดหน่อยแต่เต่งตึง
ตัวข้าวปั้นหลวม ๆ ด้วยรสชาติที่ไม่เปรี้ยว ช่วยทำให้ได้
รับรสชาติของหน้าข้าวปั้นต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่

เส้นโซบะสีน้ำตาลกับซุปเย็นจากน้ำดาชิปลาคัตสึโอะแห้ง
เส้นหนึบ ๆ แต่ไม่เหนียว เคี้ยวพร้อมน้ำซุปรสชาติกลมกล่อม
เพื่อปิดท้ายมื้อของคาวได้ดีครับ

Dessert : Milk Ice Cream
with Sweet Bean Jam, Beans and Matcha
Flavour Rice-flour Dumpling
ของหวาน ไอศกรีมนมฮอกไกโดกับถั่วแดงหวาน
และโมจิชาเขียว พร้อมแอปเปิ้ล
ตัวไอศกรีมหอมมันอร่อยมาก ๆ จนเสียดายที่ลูกเล็กไป
ตัดรสกับโมจิชาเขียวที่มีรสขมผสมกับถั่วแดงหวานได้ลงตัว

รับชมความอร่อยในรูปแบบ clip ได้ที่นี่


อย่าลืมกด Subscribe+Like+Share ด้วยนะครับ

ย้ำเลยครับว่าเทศกาลอาหารฮอกไกโดสุดแสนพิเศษแบบนี้
จัดขึ้นเพียง 3 วันเท่านั้น ในวันที่ 24-26 พฤศจิกายนนี้ 
ที่ห้องอาหาร 22 คิทเช่น แอนด์บาร์
โดยวันศุกร์ที่ 24 และเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน 
จะเป็นอาหารชุดมื้อกลางวันคนละ 1,800 บาท++ 
และชุดมื้อเย็นคนละ 3,200 บาท++
ส่วนวันอาทิตย์ที่ 26 พฤศจิกายน 
จะเป็นอาหารชุดมื้อบรั้นช์ ราคาคนละ 2,500++

โทร. 02 200 9000 ต่อ 2345
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
หรือขอรายละเอียดเมนูที่ www.m.me/dusitthani
อีเมลล์: dtbkdining@dusit.com 
เว็บไซต์: www.dusit.com/dtbk, 

#OnTable #ontcublogspotcom #ontcu 
#foodphotographer #foodphoto #foodblog 
#foodblogger #foodreview #food #blogger 
#thaiblogger #foodpinterest 
#AllStyleThaiBloggers 
#22KitchenandBar #DusitThaniBangkok
#HokkaidoAutumnFest2017 #JapaneseFood

วันอังคารที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2560

22 Kitchen & Bar with 1 Michelin Star Guest Chef Hervé Rodriguez


ค่ำคืนที่ผ่านมา ผมมาอยู่บนชั้นสูงสุด
ของโรงแรมที่ขึ้นชื่อว่าดีที่สุดในประเทศไทยอีก 1 แห่ง
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของที่พัก การบริการ และอาหารการกิน

ห้องอาหาร 22 Kitchen & Bar
อยู่บนชั้น 22 ของโรงแรม ที่ซึ่งครั้งหนึ่ง
ก็เคยเป็นชั้นสูงที่สุดของโรงแรมในประเทศไทย

มาอยู่กัน ณ ชั้น 22 ของโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ
กับห้องอาหาร 22 Kitchen & Bar​
และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 48 ปีของโรงแรม
คืนนี้ได้มาประเดิมความอร่อยก่อนงานจริง
เพราะตั้งแต่วันที่ 6-8 กันยายน 2560 นี้
จะได้ลองลิ้มชิมรสฝีมือ เชฟระดับมิชลินสตาร์ 1 ดาว
เชฟแอร์เว่ โรดริเกซ ที่จะนำเสนออาหารฝรั่งเศสสุดหรู
ด้วยฝีมือการคัดเลือกวัตถุดิบคุณภาพชั้นดี
ทั้งในและต่างประเทศ มาทำเมนูซิกเนเจอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ
ที่มีสีสันสวยงามและ โดดเด่นในรสชาติ
ที่มีกลิ่นอายของฝรั่งเศส สเปน และตะวันออกได้อย่างลงตัว
กับคอร์สอาหารสุดหรูในราคาจับต้องได้ตามราคาด้านล่างนี้


มื้อกลางวัน (4 คอร์ส)
ราคาท่านละ 1,950 บาท++
สมาชิกดุสิตโกลด์ราคาท่านละ 1,750 บาท++
และจับคู่กับไวน์ ราคาท่านละ 1,150 บาท++

มื้อค่ำ (6 คอร์ส)
ราคาท่านละ 3,750 บาท++
สมาชิกดุสิตโกลด์ราคาท่านละ 3,550 บาท++
และจับคู่กับไวน์ ราคาท่านละ 1,450 บาท++

ส่วนใครที่ชื่นชอบขนมปังฝรั่งเศสและชีสก็ไม่ควรพลาด
ค่ำคืนแห่งไวน์ ชีส และขนมปัง
ราคาท่านละ 899 บาท++
สมาชิกดุสิตโกลด์ราคาท่านละ 699 บาท++

บรรยากาศห้องอาหารค่อนข้างจะสบาย ๆ ดูเป็นกันเอง
ทั้งด้วยโทนสีและการตกแต่ง 

เข้ามาก็จะพบกับ Bar ที่มีเครื่องดื่มมากมาย
มี Bartender มากประสบการณ์
คอยแนะนำเครื่องดื่มที่เหมาะสมให้กับทุกคน 

ไฟตกแต่งก็มีความโมเดิร์นแฝงอยู่

มุมโต๊ะอาหารจะมีทั้งแบบสไตล์ห้องนั่งเล่นดูสบายตามาก ๆ 

มุมวิวริมกระจก ที่สามารถมองวิวได้ในแบบพาโนรามา

สามารถชมวิวสวนลุมพินี ถนนพระราม 4 และถนนราชดำริได้
กับเก้าอี้ที่มีลูกเล่น มีขาเหมือนเก้าอี้โยกน้อย ๆ ได้เพลินกับการนั่งไป
จิบเครื่องดื่ม ทานอาหาร ชมวิว และพูดคุยกับผู้ร่วมโต๊ะ
โต๊ะแบบเป็นทางการขึ้นมาก็มีให้เลือกครับ

หากมากันเป็นกลุ่ม มุมโซฟาก็ดูจะเหมาะสุด ๆ 

มุมโซฟามีหมอนอิงนุ่ม ๆ ให้กอด ให้พิงด้วยนะ 

แต่ถ้าซีเรียสและต้องการความเป็นส่วนตัว
แนะนำมุมนี้ที่มีฉากม่านปิดได้เลยครับ 

วิวแยกศาลาแดงจากห้องอาหาร

วิวสวนลุมพินี ถนนพระราม 4 และถนนราชดำริ
จากห้องอาหาร ยามเย็นแบบนี้หนีรถติด
ขึ้นมากินอาหารไปชมวิวไปดีกว่านะ

สำหรับอุปกรณ์บนโตีะอาหาร
ก็จะเป็นอุปกรณ์มาตรฐานทั่วไปแต่คุณภาพดี

Executive Chef Philippe Keller 
เชฟฟิลิปป์ เคลเลอร์ หัวหน้าพ่อครัวใหญ่
โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ออกมาทักทายพูดคุย อย่างเป็นกันเอง

ระหว่างรอการเตรียมตัวของเชฟแอร์เว่
ได้มีโอกาสลองเครื่องดื่ม signature
ของทางห้องอาหารเล็กน้อยครับ "Mojito"
*ภาพถ่ายเพื่อประกอบการรีวิวห้องอาหาร
ไม่ได้มีเจตนาชักชวนให้ดื่มแต่อย่างใด

"Raspberry Tickle"
*ภาพถ่ายเพื่อประกอบการรีวิวห้องอาหาร
ไม่ได้มีเจตนาชักชวนให้ดื่มแต่อย่างใด 

"Pacific Rum"
*ภาพถ่ายเพื่อประกอบการรีวิวห้องอาหาร
ไม่ได้มีเจตนาชักชวนให้ดื่มแต่อย่างใด

"Passionate Thunderball"
*ภาพถ่ายเพื่อประกอบการรีวิวห้องอาหาร

ไม่ได้มีเจตนาชักชวนให้ดื่มแต่อย่างใด

ก่อนเริ่มมื้ออาหาร จะมีขนมปังโฮมเมด
สูตรของทางห้องอาหารเองทั้ง ขนมปังฝรั่งเศส
และขนมปังหวาน เสิร์ฟมาพร้อมกับ Butter milk 

เนื้อขนมปังนุ่ม หวาน ในตัว อร่อยอยู่แล้ว
แต่พอทา Butter milk เพิ่มเข้าไป
ความอร่อยที่แตกต่างออกไป ทำให้ชวนกิน
ขนมปังได้มากขึ้น มากขึ้นอีกครับ

มาดูกันครับว่า ตัวอย่างอาหารในคอร์ส
ที่ได้ลอง มีทั้งจากในมื้อกลางวัน
และมื้อค่ำมาให้ได้ลอง
(แอบบอกเลยว่าเชฟเพิ่งลงจากเครื่องมาเลย)
จะหน้าตาแบบไหนและรสชาติเป็นอย่างไร
กับฝีมือของเชฟระดับมิชลินสตาร์ 1 ดาว
เชฟแอร์เว่ โรดริเกซ เจ้าของห้องอาหารมาซ่า
กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ครับ

เชฟแอร์เว่ โรดริเกซ
เจ้าของห้องอาหารมาซ่า กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
เชฟระดับมิชลินสตาร์ 1 ดาว
ออกมาพูดคุยกันอย่างเป็นกันเอง สนุกสนานมาก 

จานแรกที่ได้ลอง
เป็นเมนูแรกจากคอร์สมื้อค่ำครับ
"Tuna sashimi, meli-melo bean with cherries" 

เชฟนำส่วนเนื้อแดงของปลาทูน่า แล่พอดีคำ
นำมาหมักมิรินในแบบญี่ปุ่น กินพร้อมกับเชอร์รี่
รสเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ เย็น ๆ ทำให้สดชื่น
ก่อนที่จะไปจานต่อไป เป็นการวอร์มอัพมื้อค่ำที่ดีทีเดียว

จานที่ 2 ที่ได้ลอง
เป็นเมนูแรกจากคอร์สมื้อกลางวันครับ
"Perfect eggs with pata negra"
เห็นจากการจัดเสิร์ฟมา รสชาติซับซ้อนแน่นอน 

หากจานทูน่าเป็นตัวที่เหมาะกับเปิดมื้อเย็น
จานนี้ก็ไม่ผิดอะไรที่จะเหมาะกับเปิดมื้อกลางวัน
ไข่ลวกกึ่งสุกกึ่งดิบซุกซ่อนตัวอยู่ใต้ซอสและ
เครื่องเคราต่าง ๆ เสิร์ฟมาในลักษณะพาร์เฟ่ต์
ไม่ว่าจะเป็นครูตองซ์กรอบ ๆ ชีสละมุน ๆ
โฟมรสเปรี้ยวจากวินิก้า และสุดยอดแฮม
pata negra ที่ทำจากขาหมูดำ

ถ้ากินแยก ๆ กันรสชาติจะโดดไปหน่อยนะครับ

แต่ถ้ารวมกันแล้วล่ะก็ จะได้รสชาติหอม มัน เค็ม เปรี้ยว
ของทุกองค์ประกอบในจานนี้ได้อย่างดีเลย
ถ้ามีขนมปังเหลืออยู่ แนะนำว่าปาดไปด้วยกินไปด้วย
อร่อยทีเดียวเชียว
*แนะนำให้ตีไข่ให้แตกแล้วคลุกเคล้าให้เข้ากันก่อนกิน

จานที่ 3 ที่ได้ลอง
เป็นเมนูที่ 2 ของคอร์สมื้อค่ำครับ
"Pan-fired duck liver, smoked eel,
coco from Paimpol and black ink" 

ฟัวกราส์ทอดบนกระทะได้ระดับความสุก
สำหรับผมเรียกได้ว่าเพอร์เฟคเลยล่ะ
ผิวด้านนอกสีคาราเมลสวยงาม มีความกรอบของผิว
ส่วนเนื้อในนั้นยังเป็นครีมมี่ละมุนมาก ๆ

เสิร์ฟพร้อมกับ ปลาไหลรมควันหอม ๆ เนื้อนุ่ม ๆ หนึบ ๆ
มากับถั่ว Paimpol ผัดปรุงรสและซอสหมึกดำ
ที่ทำการตกแต่งจานให้เป็นดั่งงานศิลปะ ก็รสชาติอร่อย
ไม่มีความคาวและเข้ากันกับถั่ว ปลาไหลและฟัวกราส์
จะกินแยกองค์ประกอบหรือกินรวมกันก็อร่อยทุกแบบ 

จานสุดท้ายที่ได้ลอง
เป็น 1 ในตัวเลือกจากเมนูจานหลักของคอร์สมื้อค่ำ
"Challans duck with sweet purple plums,
eggplants and black olives"

สุดยอดเนื้อเป็ด Challans duck ที่เชฟเลือกนำมาปรุง
จะมีหนังที่หอมอร่อย และเนื้อเป็ดที่มีความชุ่มฉ่ำสูง
ทำระดับความสุกเพียงกึ่งสุกกึ่งดิบให้ความนุ่มขีดสุด
เสิร์ฟพร้อมพลัมม่วงหวานและสลัดมะเขือม่วง
สับกับมะกอกดำ บนซอสสูตรพิเศษรสเปรี้ยวหวาน
ให้ความกลมกล่อมลงตัวสุด ๆ ประทับใจเลย

ในส่วนของของหวานนั้น ไม่เกี่ยวข้องกับคอร์ส
ของเชฟแอร์เว่ แต่เป็นของทางห้องอาหารเอง
เลยขอนำมาฝากไว้ให้ดูกันไว้เป็นตัวเลือกด้วยครับ
"The Coconut"
ซอร์เบทมะพร้าวในถ้วยช็อคโกแล็ต
เสิร์ฟพร้อมผลไม้และซอสเสาวรส

"Strawberry Teramisu"
สตอเบอร์รี่ ทีรามิสุ เสิร์ฟพร้อมถั่วอบหวาน
มาร์ชเมลโลและไอศกรีมโยเกิร์ตมะนาว 

"Chocolate Mousse Parfait"
มูสช็อคโกแล็ต มาร์ชเมลโล่ย่าง
และเกรแฮมแครกเกอร์ครัมเบิ้ล 

"California Cheese Cake"
ชีสเค้กสไตล์แคลิฟอร์เนีย คาโมมายล์
เสิร์ฟพร้อมข้าวโพดคั่วหวาน เบอร์รี่สดและซอสคาราเมล 

"Cinnamon-Sugar Churros"

ชูโรส เสิร์ฟพร้อมซอสคาราเมล

ปล.1 ของหวานในรีวิวนี้ จะไม่ได้อยู่ในคอร์ส
ของเชฟแอร์เว่ โรดริเกซ นะครับ
จะเป็นของหวานของห้องอาหาร
22 Kitchen & Bar ที่สั่งเพิ่มมาต่างหากครับ

ปล.2 เครื่องดื่ม ลงภาพกับชื่อ
แต่ไม่ขอบรรยายรายละเอียดเพื่อไม่ให้
เป็นการชักชวนให้ดื่มแอลกอฮอล์ครับ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองโต๊ะล่วงหน้าได้ที่
โทร : 02 200 9000 ต่อ 2345
อีเมลล์: dtbkdining@dusit.com
เว็บไซต์: www.dusit.com/dtbk,
www.facebook.com/dusitthani

#OnTable #ontcublogspotcom #ontcu
#foodphotographer #foodphoto #foodblog
#foodblogger #foodreview #food #blogger
#thaiblogger #foodpinterest
#AllStyleThaiBloggers
#22KitchenandBar #DusitThaniBangkok