พื้นที่โฆษณาส่วนหัว

พื้นที่โฆษณาส่วนหัว
ติดต่อโฆษณา โทร.086 6688 327
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ french food แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ french food แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

THE BAR UPSTAIRS ไวน์บาร์ชั้นยอดในบรรยากาศสวนสวยที่ซ่อนเร้น


THE BAR UPSTAIRS ไวน์บาร์ชั้นยอด
ในบรรยากาศสวนสวยที่ซ่อนเร้น ที่น่าไปค้นหา
ด้วยการตกแต่งแบบสวนลอยฟ้าสไตล์ฝรั่งเศส
ให้ความโรแมนติกและสดชื่น เข้ากับการดื่มด่ำ
เครื่องดื่ม หลังเลิกงาน หรือมาฉลองกันในโอกาสต่าง ๆ

ดูคลิปรีวิวได้ที่
https://youtu.be/4dWOBEy55xA
อย่าลืมกด Subscribe กันด้วยนะคร้าบ




ภายในร้านเต็มไปด้วยไวน์ฉลากต่าง ๆ จากทั่วโลก
กว่า 120 ฉลาก/แบรนด์ ที่สามารถเปิดดื่มได้เลย
หรือจะซื้อกลับบ้านในราคาที่เหมาะสมก็ย่อมได้
แต่ไม่ได้มีดีเพียงแค่ไวน์เท่านั้น
THE BAR UPSTAIRS ยังมีค็อกเทลรสเลิศ
และเครื่องดื่มอื่น ๆ ไว้คอยบริการ ไปพร้อมกับ
อาหารอร่อย ๆ จากครัวสไตล์ฝรั่งเศส ไม่ว่าจะเป็น
เทอร์รีนฟัวกราส์แบบโฮมเมด ชีสและโคลด์คัทนำเข้า
จากแหล่งที่ดี่ที่สุด แบบคัดมาแล้วไม่ทำให้ผิดหวัง
ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายในตู้แช่ ตู้โชว์บริเวณบาร์ เป็นต้น










  



cocktail แนะนำ อย่าง SPRING THYME ราคา 300 บาท
ที่มีส่วนผสม Bombay Sapphire Gin,
homemade thyme liqueur, cardamom, citrus,
olive oil, egg white, soda

SPRING THYME

PICNIC IN PROVENCE ราคา 280 บาท
ที่มีส่วนผสม 4 Red Fruits infused rosé wine,
bianco vermouth, elderflower, seasonal fruits, soda

PICNIC IN PROVENCE

Caribean Rum Punch แก้วละ 280 บาท
(เหยือกแชร์ริ่ง 500ml. 550 บาท ถ้า 1l. 950 บาท)
ที่มีส่วนผสม Bacardi Black Rum, pineapple rum,
apricot liqueur, citrus and tropical juice mix, agave, bitters

Caribean Rum Punch

ไวน์แดงที่เลือกดื่ม Gran Lomo องุ่นพันธุ์ Malbec
จาก Mendoza, Argentina ปี 2016 มีเดียมบอดี้ ราคาแก้วละ 210 บาท
(ซื้อกลับบ้าน ขวดละ 950 บาท เปิดขวดดื่มในร้าน 1250 บาท)
ที่ให้กลิ่นและรสของเครื่องเทศ ดื่มสนุกไปกับอาหารที่จะแนะนำต่อไปนี้
ได้อย่างลงตัวเลย


Gran Lomo องุ่นพันธุ์ Malbec จาก Mendoza, Argentina ปี 201

อาหารแนะนำจากฝีมือของเอ็กเซคคูทีฟเชฟเคลมองต์ เฮอร์นานเดซ
ที่เหมาะกับการดื่มด่ำไวน์ เครื่องดื่ม และบรรยากาศ
ในการพูดคุย The Chef's Picnic ราคา 1,700 บาท

เชฟเคลมองต์ เฮอร์นานเดซ

ที่จัดมาเป็นตะกร้าปิคนิคเก๋ไก๋ บรรจุไปด้วย
2 x imported cold cuts (โคลด์คัทนำเข้าอย่างดี 2 อย่าง),
2 x mini baguettes (ขนมปังฝรั่งเศสกรอบนอกนุ่มในไซซ์มินิ 2 ชิ้น),
1 x imported cheese (ชีสนำเข้า 1 ชิ้น),
1 x fresh cottage cheese (ชีสสด 1 ชิ้น),
1 x veggie in a Jar (ผักดองแบบต่าง ๆ),
1 x condiments (เครื่องปรุง/เครื่องจิ้ม),
1 x salad (สลัดผัก 1 โถ),
1 x rillettes or terrine of the day (เนื้อสัตว์ทำเปื่อยหรือเทอรีน)
และ 1 x dessert (ของหวาน 1 โถ)
ที่เชฟคัดสรรค์จัดเตรียมให้อย่างดี โดยสามารถให้ซอมเมอร์ริเย่
แนะนำไวน์ที่เข้ากันได้อีกด้วย เหมาะสำหรับแบ่งกัน 2-3 คนเลยครับ








The Chef's Picnic

BEEF TARTARE ราคา 230 บาท (บีฟทาร์ท่าร์)
เนื้อวากิวจากออสเตรเลียสับหยาบ ๆ ผสมเครื่องปรุง
ปรุงแบบดิบ หอมละมุนกลิ่นเนื้อและเครื่องปรุง
กินกับขนมปังกรอบ กินเพลินแบบว่าหมดโดยไม่รู้ตัว




BEEF TARTARE

CROQUE MONSIEUR ราคา 290 บาท
ขนมปังอบสไตล์แซนวิชสอดไส้เอ็มเมนตาลชีสเนื้อนุ่ม
ปารีสแฮม ผักสลัดสีเขียวและซอสมอร์เน่สีขาวละมุน
เป็นขนมปังอบที่ให้ความนุ่มนวลชวนฝัน เมื่อได้ลิ้มลอง
รสชาติชีสแผ่กระจายไปพร้อมซอสตัดด้วยความเค็มนิด ๆ
ของปารีสแฮมและความกรอบสดของผักสลัด กินแล้วอมยิ้มได้แน่นอน



CROQUE MONSIEUR 

BURGUNDY SNAILS ราคา 390 บาท
หอยทากฝรั่งเศส จากแคว้นเบอร์กันดี
ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตหอยทากที่ดีที่สุด อบกับเนย
กระเทียม พารซ์ลี่(ผักชี)และเหล้าบาสติก ให้รสชาติ
ความนุ่ม ชุ่มฉ่ำ ของหอยทาก กินพร้อมกับขนมปัง ฟินไปอีก



BURGUNDY SNAILS 


มาเปิดประสบการณ์ การดื่มด่ำไวน์กับอาหาร
สไตล์ฝรั่งเศส ในบรรยากาศสวนสวยที่ถูกซ่อนไว้
กลางแหล่งท่องเที่ยวย่านสุขุมวิท ซอย 11
รับรองได้ว่า THE BAR UPSTAIRS แห่งนี้
จะเป็นที่ถูกใจ สำหรับสายดื่ม ที่ชื่นชอบการพูดคุย
สนทนากันในวงเพื่อน หรือจะมาโรแมนติกกับคนรัก
ได้อีก 1 แห่ง แบบไม่ต้องสงสัยเลยล่ะครับ


พิกัด : ชั้น 3 ของร้าน Brasserie Cordonnier 
ซ.สุขุมวิท 11 จำนวน 60 ที่นั่ง
เวลาเปิด-ปิด :
วันอาทิตย์ - วันพฤหัสบดี 5 โมงเย็นถึงเที่ยงคืน
วันศุกร์ - วันเสาร์ 5 โมงเย็นถึงตี 2

สอบถามรายละเอียดและสำรองโต๊ะได้ที่
โทร.028215110

#upstairsbkk #WineBar #FrenchFood
#HideawayBar #AbandoneGarden
#OnTable #ontcublogspotcom #ontcu
#foodphotographer #foodphoto #foodblog
#foodblogger #foodreview #food #blogger
#thaiblogger #foodpinterest
#AllStyleThaiBloggers

วันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2561

BRASSERIE CORDONNIER อาหารฝรั่งเศสสุดคลาสสิคแสนอร่อย


ร้าน Brasserie Cordonnier เป็นร้านที่ 5
ในเครือของ Soho Hospitality ที่เป็นแนวอาหาร
และเครื่องดื่ม ซึ่ง Brasserie Cordonnier
จะให้ความรู้สึกของรูป รส กลิ่น เสียง
ในความคลาสสิคของความเป็นฝรั่งเศสแบบดั้งเดิม
ซึ่งจะนำพาให้ได้พบกับการกินอาหารฝรั่งเศสแบบแท้ ๆ กัน
ไปพร้อมกับดการตกแต่งบรรยากาศร้าน
ประหนึ่งเราได้หลุดมาอยู่ในปารีสในปี 1930 กันเลย


  



อาหารจากฝีมือ
เอ็กเซคคูทีฟเชฟเคลมองต์ เฮอร์นานเดซ
(Clement Hernandez) 
ที่เคยทำงานในร้านมิชลินสตาร์มามากมาย
ทั้งในยุโรปและเอเชีย
รวมถึง J’AIME by Jean Michel Lorain
สาขาในกรุงเทพฯ ของร้านอาหารระดับ
มิชลินสองดาวจากประเทศฝรั่งเศส
ที่ได้รับการยอมรับจากนักชิมทั่วโลก
พร้อมเครื่องดื่มอร่อย ๆ ที่ควบคุมโดยฝีมือ
Mixologist ชั้นนำ อย่าง Davide Sombo อีกด้วย


ขนมปังฝรั่งเศสกับเนยทรัฟเฟิล
หอมสุดขีด กินเพลินมากกับเนยทรัฟเฟิลนี้
ที่มาเป็น complimentary



ชมคลิปรีวิวได้ที่ https://youtu.be/MP0dWH4Qxac

อย่าลืมกดติดตาม Subscribe กันนะครับ

เมนูแนะนำที่ได้ลองลิ้มชิมรสชาติสุดอร่อยมีดังนี้ครับ


Cold cuts & Cheese Platter 620++
ชีส 3 ชนิดและโคลด์คัท 3 ชนิด ที่เชฟคัดเลือกมาให้
ที่เป็นไฮไลท์ในแต่ละวันสลับผลัดเปลี่ยนกันไป
เสิร์ฟพร้อมแตงกวาดอง มะกอก มะเขือเทศแห้ง
และโฮมเมดพอร์ค กับ พิสตาชิโอ้เทอร์รีน


เสิร์ฟนี้ ชอบบลูชีสของที่นี่มาก ๆ คัดเลือกมาแบบ
มีกลิ่นของบลูชีสเน้น ๆ แต่กินไม่ยาก แกล้มกับ
แตงกวาดอง มะกอก มะเขือเทศแห้ง
พร้อมกับความอร่อยของโคลด์คัทแบบต่าง ๆ
ที่บอกได้เลยว่า ทำรสชาติได้กำลังดี ไม่เค็มเกินไป



Chilled Ratatouille 280++
สตูว์ผัก "ราตาตุย" อย่าเผลอไปอ่าน "ราตาทูอี้" ล่ะครับ
เป็นอาหารจานสามัญประจำชาติของชาวฝรั่งเศส

ซึ่งโดยปกติจะเป็นการต้มให้ผักต่าง ๆ นุ่มนิ่ม
แต่ทางเชฟกลับใช้การทวิสต์ด้วยการผัดร้อนให้ผักนิ่มแทน
โดยใช้มะเขือเทศถึง 3 แบบ คือ แบบสด แบบผสมบัลซามิก
และแบบกงฟี(ตุ๋นในน้ำมัน) โรยหน้าด้วยยอดอ่อนและเมล็ด
ทานตะวันกรุบกรอบ เพิ่มสัมผัสให้กับจานนี้ได้อย่างดี
เสิร์ฟมาแบบเย็น ๆ กินแล้วสดชื่นมากมายจริง ๆ



Terrine de Foie Gras Façon Cordonnier 560++
ฟัวกราส์ - ตับห่าน แบบเทอรีน เชฟได้นำฟัวกราส์
ไปหมักกับเกลือและพริกไทย แล้วนำไปซูวี เสร็จแล้ว
ก็นำมาบด แช่ในน้ำแข็งให้เซ็ตตัว



ตัดชิ้นเทอรีน วางบนขนมปังบริยอช
พร้อมชัตเนย์องุ่น(องุ่นสับปรุงรส)
กินแล้วฟินมาก ๆ ทั้งความกรอบมันเนยของขนมปังบริยอช
เข้ากันได้ดีมากกับฟัวกราส์เทอรีนและชัตเนย์องุ่น
รสชาติมาครบ เริ่มจาก เค็มมัน ตามด้วยเปรี้ยวหวานตอนปลาย
อร่อยมากมายอีก 1 จานเลยเมนูนี้ กินไปหลายชิ้นเลย



French Onion Soup 280++
ซุปยอดนิยม รสเข้มข้นตั้งแต่คำแรก เพราะเชฟใช้หอมใหญ่
และแรดิชนำไปผัดให้หอมขึ้นสีน้ำตาล ต้มรวมกับซุปไก่และ
ดิจองมัสตาร์ด ตุ๋นจนเปื่อยยุ่ย ด้านบนวางด้วยขนมปังฝรั่งเศส
และชีสเอ็มเมนทอลที่นำมาแทนชีสกรูแยร์ตามปกติ

ให้รสชาติและสัมผัสเข้นข้นมากกว่าเดิม อร่อยมากกว่าเดิม
ใครชอบซุปหัวหอมแบบฝรั่งเศสนี้ ต้องไม่พลาดนะ



Burgundy Snails 390++
หอยทากจากแคว้นเบอร์กันดี ประเทศฝรั่งเศส
ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตหอยทากที่ดีที่สุด อบกับเนย
กระเทียม พารซ์ลี่(ผักชี)และเหล้าบาสติก ให้รสชาติ
ความนุ่ม ชุ่มฉ่ำ ของหอยทาก กินพร้อมกับขนมปัง


ด้วยการราดเครื่องอบทั้งหลายและน้ำมันเนยที่ละลาย
ลงบนขนมปัง ไม่ว่าจะเป็นบาร์แก็ตต์ หรือบริยอช
ก็อร่อยได้ สัมผัสได้ถึงรสชาติหอยทากและเครื่องอย่างเต็มที่



Linguines aux Champignons et beurre a la Truffle 280++
จานพาสต้ากลิ่นหอมไร้เทียมทานด้วยเนยทรัฟเฟิลสูตรพิเศษ
ของทางร้าน เชฟเลือกใช้เส้นลิงกวินี่ลวกแบบ Al Dente


ผัดกับน้ำมันมะกอก ใส่กระเทียม ผัดพร้อมเห็ดแชมปิญอง
และเห็ดป่าพอร์ชินีสับรวมกัน คลุกเคล้าให้เข้ากันกับเนยทรัฟเฟิล
เป็นพาสต้าที่หอมอร่อย และเหมาะกับคนกินมังสวิรัติอีกซะด้วย



Tartare de boeuf Wagyu D'Australie et huître 460++
ทาทาร์เนื้อออสเตรเลียนวากิวสับพร้อมกับหอยนางรมสด
เปิดประสบการณ์ใหม่อีก 1 จาน ที่นำเนื้อวัวดิบ
กับหอยนางรมสด มาปรุงให้เข้ากันได้อย่างอร่อยลงตัว



เชฟนำไปคลุกกับครีมหอมแดง ที่เป็นตัวผสานกันได้ดี
ทำให้มีมิติของจานเนื้อที่มีกลิ่นไอทะเลลงไปแบบไม่ขัดกัน
กินอร่อยมากทั้งสัมผัสของเนื้อที่ได้เคี้ยวนิด ๆ
รสชาติมัน ๆ ปนเปรี้ยวหน่อย ๆ เป็นจานที่กินสบาย ๆ
สำหรับคนชอบกินเนื้ออีก 1 จาน จนสามารถเลือกเป็น
อาหารจานหลักได้เลยล่ะ



Magret de Canard Poêlé 520++
จานนี้ตอนเสิร์ฟมา ถึงกับร้องว๊าว ยาว ๆ เลยล่ะครับ
กับปริมาณและวัตถุดิบที่เสิร์ฟมา กับ อกเป็ดเชอร์รี่
ชิ้นใหญ่มาก ปรุงเพียงเกลือและพริกไทยดำ
แล้วนำไปย่างกับกระทะให้พอสุกระดับมีเดียมแรร์

หั่นสไลด์มาพอดีคำ และที่สำคัญด้านบนวางด้วย
ฟัวกราส์-ตับห่าน ชิ้นใหญ่ที่ย่างกับกระทะมาอย่างดี
แต่ละคำที่กินเข้าไป ทั้งหนังเป็ดหนึบ เนื้อเป็ดนุ่มแน่น
หวานหอม ไร้กลิ่นสาบ และฟัวกราส์ที่นุ่มเนียน
ผสมผสานได้ความละมุนละไม โดยมีรสเค็มเกลืออ่อน ๆ
และความหอมของพริกไทยดำ กระชับรสชาติทุกอย่างเข้าด้วยกัน

จัดได้ว่าเป็นสุดยอดอาหารฝรั่งเศสอีก 1 จาน
ที่ราคาเรียกได้ว่าถูกมาก ๆ แถมด้วยการเสิร์ฟมาพร้อมกับ
มันฝรั่งบดที่เอาน้ำเกรวี่ของเป็ดมาราดกินด้วยกัน
อร่อยมาก ๆ และสลัดผักสดพร้อมเดรสซิ่งแบบฝรั่งเศสเบา ๆ
จัดได้ว่าเป็นจานหลักที่ขอแนะนำเลยจริงจังครับ
ยิ่งจิบไวน์แดงแกล้มไปด้วย ยิ่งมีความสุขสุด ๆ ครับ



Apple Tarte Tatin 220++
แอปเปิ้ลทาร์ต เป็นทาร์ตตาแต็งแบบอัพไซด์ดาวน์
เนื้อแอปเปิ้ลสไลด์บาง ๆ เป็นชั้น ๆ กับแป้งพัฟฟ์เพรสตรีบางเฉียบ
กินกับไอศกรีมชินนามอน สดชื่นกลมกลืนกันได้อย่างลงตัว

ไอศกรีมชินนามอนกลิ่นชัดเจนมาก ถ้าตักไม่บาลานซ์ให้ดี
อาจจะกลบกลิ่นแอปเปิ้ลทาร์ตได้เลยครับ แต่โดยรวมอร่อยเลย



Mousse Au Chocolat 180++
มูสช็อคโกแล็ต รสชาติมันเข้มข้น
กินคู่กับช็อคโกแล็ตครัมเบิลและครีมช็องตียี่

เพิ่มเนื้อสัมผัสของมูสได้อย่างเอร็ดอร่อยมาก ๆ



Nougat glacé sauce fruits rouges 200+
เนื้อมูสเย็น ๆ สดชื่นที่ด้านในมีความหอมและกรุบกรอบ
จากถั่วนานาชนิด ราดด้วยซอสเบอร์รี่เปรี้ยวตัดรสหวาน
ของนูกัต เกรซ ได้เป็นอย่างดี 

เป็นขนมหวานจานเด็ด
ที่ควรค่ากับการสั่ง เพราะทั้งสัมผัสนุ่มลื่น มาพร้อมกับรสชาติ
หวาน เปรี้ยว ลงตัวได้อย่างสดชื่น ปิดท้ายมื้อได้ดีเยี่ยม



สำหรับเครื่องดื่มแนะนำ กับ Cocktail รสเยี่ยม

With Love from Monet 350++ 
ค็อกเทลรสเข้มที่ใช้เหล้าวิสกี้เป็นส่วนผสมหลัก
ดัดแปลงจากเนโกรนียอดนิยม เสิร์ฟในกระป๋องเหล็กแบบพกพา
พร้อมพู่กันและแยมเลมอนมะนาวโฮมเมด

เวลาดื่มแนะนำให้ลองรสค็อกเทลฉบับดั้งเดิมก่อน
แล้วค่อยลองหยิบพู่กันจุ่มแยมป้ายบนปากแก้วแล้วจิบชิม
จะได้รสชาติแปลกใหม่แบบมีลูกเล่น
คล้ายผลงานของโมเนต์ที่มองกี่ครั้งก็ไม่เคยหน่ายเลย



Moulin Sour 390++
เมนูที่ได้รับการดัดแปลงจาก New York Sour
บาร์เทนเดอร์จะนำแก้วไปรมควันไม้เชอร์รี่ก่อน
จากนั้นจะเตรียมค็อกเทลที่เบสด้วยสก็อตช์วิสกี้ที่ร้านเบลนด์เอง

พร้อมผสมพอร์ตไวน์ ตามด้วยเห็ดทรัฟเฟิลเพื่อเพิ่มกลิ่น
ทำให้ค็อกเทลแก้วนี้มีกลิ่นที่โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็น
กลิ่นของตัวเห็ดทรัฟเฟิลเอง หรือกลิ่นวิสกี้ และควันไม้
ให้ได้สัมผัสอย่างลึกซึ้ง



อยู่ใจกลางย่านท่องเที่ยวเส้นสุขุมวิท
พิกัด ซอยสุขุมวิท 11 เปิดบริการทุกวัน
ระหว่าง 18.00 น. - 24.00 น. (สั่งอาหารได้ถึง 23.00 น.)
สนใจสำรองโต๊ะหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
โทร. 094 970 8599



#OnTable #ontcublogspotcom #ontcu
#foodphotographer #foodphoto #foodblog
#foodblogger #foodreview #food #blogger
#thaiblogger #foodpinterest
#AllStyleThaiBloggers
#BrasserieCordonnier #French
#Classic #Traditional #Brasserie