พื้นที่โฆษณาส่วนหัว

พื้นที่โฆษณาส่วนหัว
ติดต่อโฆษณา โทร.086 6688 327
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ tempura แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ tempura แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ATRIUM Brunch, Seafood HotPot Hillight


รีวิวนี้ จัดเต็มกันอีกเช่นเคยครับ กับบุฟเฟ่ต์เด็ดดวง
ประจำมื้อสายวันอาทิตย์ Sunday Brunch ราคา 2,400 บาท net
และมีโปรโมชั่น ไป 4 ท่าน จ่ายเพียง 2 ท่านด้วยครับ
จัดเต็มแบบครบครัน Full Options กันเลยทีเดียว
ทั้งอาหารทะเล, อาหารยุโรป, อาหารไทย, อาหารจีน,
อาหารญี่ปุ่น, อาหารนานาชาติ, B.B.Q./Carving Station,
ของหวานไทยและเทศ และเครื่องดื่มนานาชนิด
โดยเฉพาะกับเมนูไฮไลท์ประจำเดือนนี้ ก็คือ
รวมทะเลหม้อไฟ - Seafood Hotpot 
และจะมีเพียงแค่เดือนพฤษภาคม-เดือนมิถุนายน 2015 เท่านั้น
ซึ่งจะมีอะไรบ้าง เดี๋ยวเราตามมาดูกันครับ
กับห้องอาหารเอเทรี่ยม โรงแรมแลนด์มาร์ค กรุงเทพฯ
ATRIUM, The Landmark Bangkok Hotel.


ห้องอาหารเอเทรี่ยม ตั้งอยู่บนชั้น L (ล็อบบี้) 
ของโรงแรมแลนด์มาร์ค กรุงเทพฯ
ระหว่าง ซอยสุขุมวิท 4 และ 6 ครับ
การเดินทางสะดวกสบายทั้งทางรถส่วนตัว
และขนส่งสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นรถโดยสารประจำทาง
หรือรถไฟฟ้าบีทีเอส (สถานีนานา) โดยช่วงเปิดห้องอาหาร
เชฟรูปหล่อจะมายืนคอยทักทายกันด้วยเลยล่ะครับ
เฟรนด์ลี่มาก ๆ


ในมื้อ Brunch นั้น ห้องอาหารเอเทรี่ยม ให้บริการ
ทั้งวันเสาร์และวันอาทิตย์ โดยเริ่มเวลา 11.45 น.
ยาวไปจนถึงเวลา 15.00 น. กันเลยครับ
เรียกว่านั่งทาน นั่งดื่มกันได้ยาว ๆ
ซึ่งในราคา 2,400 บาท net นั้น จะรวมซอฟท์ดริ้งค์
น้ำผลไม้ และชา กาแฟ ไว้แล้วด้วยครับ

แต่ถ้าชื่นชอบการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะเป็น
ไวน์ขาว ไวน์แดง สปาร์คกิ้งไวน์ เบียร์(ในประเทศ) 
รวมถึงค็อกเทลต่าง ๆ อีกกว่า 10 ชนิด
ก็สามารถเลือกเพิ่ม Free Flow ในราคา 899++ บาท
เพิ่มเติมได้อีกครับ คุ้มมาก ๆ ครับ 



ห้องอาหารเอเทรี่ยม นั้นสามารถรองรับแขกที่มาใช้บริการ
ได้มากถึง 150 ที่นั่ง ลักษณะห้องเป็นรูปตัว L เพดานสูง
ทำให้ไม่อึดอัด การจัดวางไลน์อาหาร ก็ทำให้เดินได้ไหลลื่น
มุมอาหารต่าง ๆ ก็จัดเรียงได้อย่างลงตัว และโดยเฉพาะในมื้อ Brunch นั้น
จะจัดยาวไปถึง Rendezvous Bar เพื่อลงเครื่องดื่มและของหวาน
เพิ่มเติมกันเลยล่ะครับ เพราะอาหารจะเยอะมาก ๆ จนเรียงราย
ไว้ในห้องอาหารเอเทรี่ยมห้องเดียวไม่พอ ลองมาชมบรรยากาศ
และไลน์อาหารกันได้เลยครับ



















































































หลังจากดูไลน์อาหารซะจนตาลายแล้ว ก็ถึงเวลาต้องเลือกแล้วล่ะครับ
ว่าจะทานอะไรบ้างดี เลือกเอาที่ชอบเป็นพิเศษมาลองครับ
เพราะถ้าจะลองทุกอย่าง เวลา 3 ชั่วโมงและกระเพาะอาหารของผม
คงจะไม่เพียงพออย่างแน่นอนครับ 555

ผมเลยกระซิบบอกเชฟ/ห้องอาหาร ว่าช่วยจัดที่เป็นไฮไลท์
เด็ด ๆ ที่ไม่ควรพลาดมาให้สัก 6-7 จาน 
เพราะถ้าผมไปตักเอง คงต้องตักทุกอย่างมาจริง ๆ 
รักพี่เสียดายน้องนะครับ

เลยได้ออกมาเป็นดังนี้ครับ

Seafood HotPot หม้อไฟรวมมิตรทะเล
จัดเต็มทั้งปูอลาสก้า ปูทะเล กุ้ง หอยแมงภู่
ในน้ำซุปล็อบสเตอร์ กระเทียม มะเขือเทศและพริกหวาน
รสซุปเข้มข้น แต่เบาสบาย ซดได้คล่องคอ
ส่วนซีฟู๊ดทุกตัวนั้น เด็ด สด ไร้ที่ติครับ ... จัดไป 2 หม้อ






ถัดมาเป็น B.B.Q. Seafood กุ้ง หอยเชลล์ ปลาหมึก
สดมาก เสียบไม้ทำ B.B.Q. ได้รสกำลังดี 
ทานเปล่า ๆ หรือจิ้มกับน้ำจิ้มซีฟู๊ด แล้วจิบไวน์ขาวตามก็เลิศเลย





อีกจานที่เด่นและเด็ด ปูอลาสก้า King Crab เนื้อหวานฉ่ำ
แกะง่าย จะให้นึ่งใหม่ทานร้อน หรือจะทานแบบออนไอซ์เย็น ๆ ก็ดี
แกล้มด้วยไวน์ขาวเช่นกัน




ตามด้วย Seafood on Ice ทั้งหอยนางรม 
หอยแมลงภู่ หอยลาย หอยหวาน กุ้ง
ซึ่งสดมาก ๆ อร่อยมาก ๆ 

 
และ Cold Cut ต่าง ๆ ครับ
รสชาติดีครับ ไม่ว่าจะเป็นแฮมชนิดต่าง ๆ และปลาแซลมอนรมควัน



ลองอาหารจีนบ้างครับ ทางห้องอาหารมีแป้งไว้ห่อเป็ดย่าง
ไว้ทานแบบเป็ดปักกิ่ง ก็แปลกแต่อร่อยดีครับ
ขนมจีบกุ้ง ก็หอมอร่อย เนื้อกุ้งเต็มคำ
ส่วนหมูกรอบนั้น กำลังดี หนังกรอบเนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำชั้นไขมัน




ก้าวสู่วิถีอาหารญี่ปุ่นกันบ้างครับ กับรวม ซาซิมิ ซูชิ และเทมปุระ
ชนิดปลามาตรฐานทั่วไป ทั้งแซลมอนลายสวย ๆ หวาน ๆ,
ทูน่า(มากุโร่ส่วนเนื้อแดง), ปลากะพงทะเล และปูอัด
นอกจากนี้ยังมีซุปมิโซะอีกด้วยครับ











ไวน์ขาวเย็น ๆ ชื่นใจ ก่อนไปอาหารหนัก ๆ ฝั่งยุโรปกันครับ


ข้ามฝั่งมาทางอาหารตะวันตกกันบ้างแล้วครับ
จานเนื้อ ๆ เนื้อ ๆ จานแรกจาก Carving Station
กับขาแกะอบ ราดน้ำเกรวี่เล็กน้อย ทานคู่กับมิ้นท์ซอส
อร่อยมาก นุ่มมาก เนื้อแกะกลิ่นดี ทานได้ไม่เบื่อเลย


ถัดมาเป็นเนื้ออบครับ ฉ่ำ แดงอมชมพู สวยงาม
เนื้อหวาน ๆ จะราดซอสเห็ด หรือ ซอสพริกไทยดำ
ก็ได้รสชาติดีที่แตกต่างกันอย่างลงตัว
จะจับคู่กับไวน์แดง หรือ เบียร์ ก็เหมาะสมอย่างยิ่งยวด
ตักมาหลายรอบเลยครับ สำหรับเนื้อวัวและเนื้อแกะ









ดื่มไวน์แดงตาม ๆ ลื่น ๆ คอเลยครับ


ถัดมากับสิ่งที่ผมไม่เคยพลาด ถ้ามีในไลน์
นั่นก็คือ ตับห่าน Foiegras นั่นเองครับ
ที่ห้องอาหารเอเทรี่ยม เป็นอีก 1 ห้องอาหาร
ที่ทำและปรุงออกมาได้ขนาดกำลังดี ความสุกกำลังดี
ผิวนอกกรอบ ๆ นิด ๆ แต่ด้านในชุ่มฉ่ำพอดีเป็นครีมมี่อร่อยครับ
ซอสผลไม้ที่ราดก็สดชื่นด้วยมะม่วง แอปเปิ้ล เติมกันหลายรอบเช่นเคย 
















ไวน์แดงมี 2 ฉลากให้เลือกครับ


ตัวนี้จะ dry กลิ่นน้อยไปหน่อย ดื่มยากนิดหน่อยครับ


ส่วนตัวนี้กลิ่นหอม ชวมดม ชุ่มฉ่ำกว่าและดื่มง่ายกว่า



ลองสปาเก็ตตี้กันบ้างครับ เส้นหมึกผัดเบคอนพริกแห้ง
รสแจ่ม สดชื่น ตัดเลี่ยนอาหารได้ดีเลยครับ



เพนเน่คาโบนารา รสชาติดีครับ แต่ยังไม่ถึงใจ


ไส้กรอกหมู เนื้อสับหยาบ ๆ เคี้ยวเพลินเข้ากับซอส

กลับสู่มาตุภูมิครับ กับอาหารไทย ๆ ขนมจีนซาวน้ำ
ทำรสมืออาหารไทยได้เยี่ยมเลยล่ะครับ ครบรสมาก ๆ
มีซุ้มส้มตำและอาหารไทยอื่น ๆ อีกเยอะ
แต่ลองไม่ไหวแล้วครับ รวมถึงก๋วยเตี๋ยวด้วย



 จานนี้เเป็นกั้งกระดานนึ่งมะนาว เด็ดอีกแล้วครับ



เริ่มอิ่มของคาวแล้ว เลยสั่งค็อกเทลสัก 2 แก้ว
มาลองลิ้มชิมรส ก่อนไปทานของหวานกันต่อสักเล็กน้อยครับ
บลูฮาวาย กับ มาการิตต้า รสชาติดี สดชื่นทั้ง 2 แก้ว
แต่มาการิตต้า แตะเกลือรอบปากแก้วเยอะไปนิดนึงครับ




ของหวานที่ได้ลองนั้น มีไม่มากแล้วครับ เพราะกว่าจะไปตัก
ก็เกือบจะเก็บไลน์อาหารแล้วครับ
ได้ลองข้าวเหนียวมะม่วง ปลาแห้ง กุ้ง และมะพร้าว
ขอบอกเลยว่าข้าวเหนียวหน้าต่าง ๆ นั้นอร่อยจริง ๆ
ส่วนมะม่วงก็แล้วแต่ลูกล่ะครับ หวานบ้าง เปรี้ยวบ้าง
แต่ก็เข้ากับข้าวเหนียวมูนได้ดีครับ


ชีสเค้กผ่านมาตรฐาน เนื้อชีสเนียน เนื้อเค้กเบา ๆ


ครีมบูเล่ หอม ๆ หวาน ๆ ทานง่ายครับ


ขอตบท้ายหลังเก็บไลน์อาหารตอน 15.00 น. ด้วยกาแฟดำ
ตามสเต็ป เป็นอันจบมื้อครับ


มื้อ Brunch อันแสนวิเศษอีกแห่งที่แนะนำให้ไปลอง
ถ้าหากใครไม่เคยลองทานห้องอาหารเอเทรี่ยมแล้วล่ะก็
รับรองจะจุใจ ถูกใจ กับสารพัดอาหารนานาชนิดครับ
และถ้าหากจัดหาสมาชิกได้ครบ 4 คนด้วยจะยิ่งดี
จะได้ใช้โปรโมชั่น มา 4 ท่าน จ่าย 2 ท่าน ซึ่งจะเหลือราคาเพียง
ท่านละ 1,200 บาท net เท่านั้นเองครับ

ขอให้มีความสุขกับการรับประทานอาหารนะครับ

สนใจติดต่อสอบถามและจองที่นั่งได้ที่
Tel : 0-2252-4222
http://www.landmarkbangkok.com/atrium
http://www.facebook.com/TheLandmarkBangkok
E-mail : fb@landmarkbangkok.com